เครียดร้อนจัด!! หนุ่ม 40 โดดสะพานลอยเมืองปทุมฯ ดับกลางถนน

ร้อนเครียด!! เกิดเหตุหนุ่มกระโดดสะพานลอยข้ามถนน หน้าหมู่บ้านปาริชาต ถ.345 ปทุมธานี ตกลงมากระแทกรถบรรทุก ดับอนาถกลางถนน เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมีความเครียด ประกอบกับอากาศร้อนอบอ้าว…

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 29 เม.ย. พ.ต.ท.บรรจง หนูหว้า สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุชายกระโดดสะพานลอยคนข้ามถนน เสียชีวิต หน้าหมู่บ้านปาริชาต ถนน 345 ม.5 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงพร้อมชุดสืบสวน และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุใต้สะพานลอยคนเดินข้าม พบศพชายรูปร่างอ้วน อายุประมาณ 30-40 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางถนน เป็นเหตุให้รถติดยาวกว่า 5 กม. เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ที่อยู่ในระหว่างเดินทางมา เพื่อขออนุญาตในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตจากกลางถนน มาไว้บนรถของมูลนิธิฯ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก

เบื้องต้น จากการตรวจสอบในร่างกาย ไม่พบเอกสารว่าเป็นใคร สอบสวนเบื้องต้น ทราบจาก รปภ.หมู่บ้านปาริชาตว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายซึ่งมีอาการไม่เหมือนคนปกติทั่วไป และพักอาศัยอยู่กับญาติในหมู่บ้านดังกล่าว โดยมักจะเดินไปเดินมา แต่เนื่องจากจากก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินไปยืนบนกลางสะพานลอย แต่ตนไม่คิดว่าจะมีเหตุร้ายขึ้น เพราะเป็นปกติที่เห็นเขาชอบยืนอย่างนั้น แต่แล้วจู่ๆ ตนก็ได้ยินเสียงของหนักลงสู่พื้น โดยเห็นร่างกระแทกกับรถบรรทุก ไม่ทราบทะเบียน ก่อนลงสู่พื้นเสียชีวิตทันที จากนั้นจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบหลังจากสอบพยาน และตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนอบอ้าว หรือผู้ตายคงจะมีความเครียดจึงได้กระโดดสะพาน และร่างไปกระแทกกับขอบรถก่อนร่วงลงสู่พื้น ทั้งนี้ จะได้มีการติดต่อญาติมาสอบสวนเพื่อหาแนวทางของการเสียชีวิตในครั้งนี้ ก่อนมอบศพให้มูลนิธิฯ นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath

พบไหสมบัติโรมัน เหรียญอายุกว่าพันปี

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. กลุ่มแรงงานก่อสร้างชาวสเปน ได้ขุดพบสมบัติยุคโรมันโบราณโดยบังเอิญ ระหว่างขุดเจาะวางระบบท่อน้ำ ใกล้เมืองโทมาเรส จังหวัดเซวิลล์ ทางภาคใต้ของสเปน เป็นไหจำนวน 19 ชิ้น ภายในบรรจุเหรียญสำริดและเหรียญสำริดชุบเงิน น้ำหนักรวมกว่า 600 กิโลกรัม โดยนางอานา นาวาร์โร ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์โบราณคดีจังหวัดเซวิลล์ เปิดเผยว่า จากการ ตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่าเหรียญดังกล่าวมีอายุอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 200-300 หรือเมื่อกว่า 1,800 ปีก่อน สภาพสมบูรณ์เพิ่งถูกทำขึ้นมาใหม่ ซึ่งตอนนั้นอาจเตรียมมาเพื่อใช้จ่ายเงินเดือนให้แก่กองทัพโรมันหรือข้าราชการที่ประจำอยู่ในคาบสมุทรไอบีเรียหรือสเปนในปัจจุบัน การค้นพบครั้งนี้ถือว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก ส่วนเรื่องการประเมินค่านั้นประมาณการเบื้องต้นอยู่ที่ 2-3 ล้านยูโร หรือประมาณ 80-120 ล้านบาท ขณะที่ทางการท้องถิ่นสั่งให้ยุติการวางท่อน้ำชั่วคราว เพื่อให้นักโบราณคดีมาขุดสำรวจต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

รถตู้ครูเกษียณกลับจากเที่ยวมาเลย์ พลิกคว่ำ จ.แพร่ บาดเจ็บ 9 ราย

(ภาพจาก หน่วยกู้ภัยพรานพิทักษ์ส่วนแยก จุด อ.ร้องกวาง)

หนุ่มอุตรดิตถ์ ขับรถตู้รับคณะครูเกษียณจาก จ.เชียงใหม่ หลังไปเที่ยวต่างประเทศระหว่างทางกลับ จ.น่าน เจอฝนตก ถนนลื่นรถเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทางที่ จ.แพร่ บาดเจ็บ 9 ราย โชคดีไม่มีใครเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 59 ร.ต.อ.ศุภโชค สวนพืช รอง สว.สส.สภ.ร้องกวาง จ.แพร่ ได้รับแจ้งเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า เกิดอุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำที่ถนนสายแพร่-น่าน หลักกิโลเมตรที่ 302-302 บ้านห้วยแก๊ต หมู่ 2 ต.ไผ่โทน อ.ร้องกวาง จึงร่วมกับ หน่วยกู้ภัยพรานพิทักษ์ส่วนแยกจังหวัดแพร่ จุด อ.ร้องกวาง รุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุ บริเวณถนนขาขึ้น พบรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮธ 5511 กรุงเทพมหานคร ตกลงข้างทางห่างถนนประมาณ 5 เมตร สภาพพลิกตะแคง พบมีผู้บาดเจ็บในรถจึงช่วยกันนำตัวออกมาส่ง รพ.ร้องกวาง รวมผู้บาดเจ็บในรถทั้งหมด 9 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 8 ราย โชดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตกู้ภัยฯ เร่งส่งผู้บาดเจ็บ เหตุรถตู้คณะครูเกษียณกลับจากเที่ยวมาเลย์ พลิกคว่ำ ที่ จ.แพร่ บาดเจ็บ 9 ราย ไป รพ.

จากการสอบสวน นายเกียรติศักดิ์ สุขจี่ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 175 หมู่ 3 ต.งิ้วงาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ เป็นคนขับ และบาดเจ็บเล็กน้อย ให้การว่า รับคณะครูเกษียณอายุ จาก จ.น่าน เดินทางไปเที่ยวที่มาเลเซีย โดยคณะครูดังกล่าวลงเครื่องที่ จ.เชียงใหม่ และขึ้นรถตู้เดินทางกลับ จ.น่าน ระหว่างทางเกิดฝนตก ถนนลื่น รถเข้าโค้งเกิดเสียหลัก ทำให้เกิดเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath

4 สิ่งมหัศจรรย์จากธรรมชาติที่ต้องลองไปดูให้ได้

สิ่งมหัศจรรย์ของโลกมักเป็นสิ่งปลูกสร้างยุคโบราณ อาจใหญ่โต เก่าแก่ และแปลกมหัศจรรย์ว่า สร้างได้อย่างไรในยุคที่เทคโนโลยีด้านการก่อสร้างไม่ทันสมัยอย่างยุคนี้ แต่สิ่งมหัศจรรย์บางแห่งในโลกนี้ถูกสรรสร้างขึ้นจากธรรมชาติที่มองดูแล้ว ช่างน่ามหัศจรรย์ใจ มีที่ไหนกันบ้างที่น่าไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง พร้อมแล้ว จองตั๋วเครื่องบินเลยดีมั้ย สายการบินทุกสายทั้ง การบินไทย (Thai Airways), บางกอกแอร์เวย์(Bangkok Airways) และสายการบินต่างประเทศอีกหลายสายยินดีต้อนรับนักเดินทางทุกท่าน

1. Dead Sea / Israel, Jordan, Palestine “ทะเลเดดซี” ทะเลในโลกนี้มีมากมาย แต่ทะเลที่สามารถนอนเล่นได้ไม่ต้องกลัวจมคงมีที่เดียว เดดซี ทะเลที่สัตว์อยู่ไม่ได้ เพราะจะตายด้วยความเค็มที่มากกว่าทะเลอื่นถึง 6 เท่า แต่เพราะความเข้มข้นของเกลือสูงมากนี่เอง ทำให้ที่นี่ช่างน่ามหัศจรรย์เรียกความมั่นใจให้มนุษย์ไม่กลัวตายในทะเลแห่งนี้ เพราะไม่มีวันจม ทะเลที่นี่นับเป็นทะเลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง กินพื้นที่ในประเทศอิสราเอล จอร์แดน และปาเลสไตน์ ว่ากันว่าความมหัศจรรย์อีกอย่างของที่นี่คือ โคลนในทะเลเดดซี มีสรรพคุณทางด้านสุขภาพและความงาม2. Vesuvius / Italy ภูเขาไฟวิสุเวียส ความมหัศจรรย์จากธรรมชาติอันโหดร้าย หากทิ้งซากไว้ให้อารมณ์น่าทึ่ง เขาทั้งลูกที่มียอดด้วน ราวกับถูกใครหั่นและขุดให้เป็นหลุมกว้าง นี่คือผลพวงของภูเขาไฟชื่อเสียงโด่งดังของโลกที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองนาโปลี ประเทศอิตาลี ภูเขาไฟอายุ 25,000 ปี ที่ยังไม่ดับแห่งเดียวในทวีปยุโรปแผ่นดินใหญ่ มีความสูงถึง 1,281 เมตร ปากปล่องมีเส้นรอบวง 1,400 เมตร และลึก 216 เมตร ที่นี่มีการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ทำลายเมืองปอมเปอีที่กำลังรุ่งเรืองให้จมหายไปกับลาวาใน “พริบตาเดียว” เมื่อปี ค.ศ. 79 ความเศร้าที่มหัศจรรย์ ขอให้มีเพียงที่เดียวก็พอ3. Black Forest / Germany ป่าดำ ความมหัศจรรย์ที่ตัดฉับกับทิวทัศน์ที่สวยทุกมุมกล้องของสวิตเซอร์แลนด์ เพราะที่นี่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมันติดกับเขตสวิตเซอร์แลนด์ เป็นป่าที่มีแนวภูเขาและต้นไม้หนาทึบจนดูมืดไปหมด แม้จะชื่อว่า ป่าดำ แม้จะน่ากลัว แต่ต้องเชื่อว่ามีคนกล้าเดินทางเข้าไปเพื่อพบว่า แม้ภายนอกจะดูทะมึนน่ากลัว หากภายในนั้นไม่แตกต่างจากป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ มีธรรมชาติที่เกิดจากป่าคือ น้ำตก หน้าผา ลำธาร ที่ชวนชม4. Bay of Fundy / Canada อ่าวฟันดี้ อ่าวมหัศจรรย์ที่มีระดับน้ำขึ้นน้ำลงแบบเหวี่ยงมากคือ ขึ้นสูงถึง 16.2 เมตร มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าและออกจากอ่าวมากกว่า 100 พันล้านตันต่อวัน จึงมีระบบนิเวศเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครสิ่งมหัศจรรย์จากทั่วโลกรอให้ทุกท่านได้ไปพิสูจน์ความมหัศจรรย์กันอยู่ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยว รับรองว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ส่วนการจองตั๋วเครื่องบิน ในยุคปัจจุบันนั้น สะดวกสบายกว่าแต่ก่อนเยอะมาก มีระบบการจองตั๋วออนไลน์ที่อยู่ที่ไหนในโลกที่มีอินเทอร์เน็ต ท่านก็สามารถจองตั๋วได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แถมยังปลอดภัยมากๆ อีกด้วย และที่สำคัญ ตอนนี้มีแอพฯ ที่สามารถจองตั๋วได้จากบนมือถือเลยด้วย ทั้ง Android และ IOS เลยล่ะ ใครยังไม่เคยใช้ต้องลองใช้กันดูหน่อยละ

ที่มา>>>Thairath

12 ปีกรือเซะ! สงขลาเข้มความปลอดภัยสูงสุด 7 อำเภอ ป้องป่วน

ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ในพื้นที่เสี่ยงทั้ง 7 อำเภอสงขลา เนื่องวันครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ เน้นย่านเศรษฐกิจ อ.หาดใหญ่ หลังพบความเคลื่อนไหวของแนวร่วมแฝงเข้าพื้นที่

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 59 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เนื่องวันครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ ซึ่งตรงกับวันที่ 28 เม.ย. เพื่อป้องกันการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อก่อเหตุรุนแรง โดยเฉพาะการตรวจความมั่นคงก่อนเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ ทั้ง 3 ด่าน ทั้งบนถนนกาญจนวนิช ถนนเพชรเกษม และถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ มีการตรวจเข้มทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป้าหมาย บุคคลต้องสงสัยส่วนพื้นที่ชั้นในซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ การค้าการท่องเที่ยว มีทั้งกำลัง อส. และตำรวจ คอยเฝ้าสังเกตการณ์และตรวจสอบรถต้องสงสัยทุกคันที่จอดบริเวณถนนย่านการค้าเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งขอความร่วมมือทางห้างร้านและโรงแรม ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบรถต้องสงสัยทุกคันที่ผ่านเข้าออก โดยเฉพาะรถยนต์ที่ติดแก๊สห้ามนำเข้ามาจอดโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยหลังจากที่ก่อนหน้านี้ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มีการแจ้งเตือนจากหน่วยข่าวความมั่นคง ให้เฝ้าระวังการแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุของกลุ่มแนวร่วม โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจ สถานที่ราชการ รวมทั้งย่านการค้า ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าหมายการก่อเหตุ เนื่องจากพบความเคลื่อนไหวของแนวร่วมกลุ่มของ นายเสรี แวมามุ เข้ามาในพื้นที่

นอกจากนี้ ในพื้นที่ อ.เมืองสงขลา อ.สะเดา รวมทั้ง 4 อำเภอชายแดนสงขลา ทั้ง อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย ก็มีมาตรการคุมเข้มรักษาความปลอดภัยสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง เช่นกัน.

ที่มา>>>Thairath

บรรเจิด! รองเท้าลายไทย ใส่แล้วภาคภูมิใจ ช่างสลักเทียนแกะขาย

หนุ่มบุรีรัมย์ จากช่างสลักต้นเทียนพรรษากวาดแชมป์มาหลายสมัย ใช้เวลาว่างบรรจงแกะสลักลายไทยและลายการ์ตูนลงบนรองเท้าแตะหูคีบ จากรองเท้าธรรมดาราคาเพียง 100 บาท เพิ่มมูลค่าเป็นกว่า 200 เผยได้แรงบันดาลใจจากคู่รักสาวไทยหนุ่มญี่ปุ่น…

วันที่ 28 เม.ย. ผู้สื่อข่าว จ.บุรีรีมย์ ได้เดินทางไปพบกับนายปภินวิช หรือเจ ดอกประโคน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/3 ชุมชนวัดแจ้ง ม.1 ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป และยังเป็นหนึ่งในทีมช่างฝีมือ แกะสลักต้นเทียนพรรษาของวัดแจ้ง อ.ประโคนชัย ได้ใช้เวลาว่างเว้นแกะสลักลวดลายต่างๆ ที่วิจิตรงดงาม และเป็นลายเส้นอ่อนช้อยใส่บนพื้นรองเท้าแตะหูคีบ โดยนายปภินวิช ได้นำรองเท้าแตะที่ได้บรรจงแกะสลักลวดลายต่างๆ ดังกล่าว ออกมานำเสนอทางเฟซบุ๊ก และสื่อโซเชียลต่างๆนายปภินวิช เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจในการแกะสลักรองเท้าแตะหูคีบในครั้งนี้ว่า เริ่มจากมีคู่รักหญิงชาวไทยกับหนุ่มชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านของตนเอง ฝ่ายหญิงซึ่งรู้จักกับตนเป็นการส่วนตัวได้มาบอกกับตนว่าแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่น อยากได้รองเท้าแตะที่มีการแกะสลักลวดลายไทยและลวดลายต่างๆ ใส่ไว้บนพื้นผิวของรองเท้า จึงอยากว่าจ้างให้ตนช่วยแกะสลักลวดลายบนรองเท้าแตะหูคีบให้จำนวน 2 คู่ เพราะเห็นว่าตนเป็นหนึ่งในทีมช่างฝีมือแกะสลักต้นเทียนพรรษา ของซุ้มขบวนต้นเทียนพรรษาของวัดแจ้งซึ่งชนะการประกวดขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาของ อ.ประโคนชัย ติดต่อกันมาแล้วหลายสมัย ตนคิดว่าไม่น่าจะยากอะไรจึงตกปากรับคำ เพราะคิดว่าขนาดต้นเทียนพรรษายังแกะสลักได้ รองเท้าก็น่าจะแกะสลักได้เช่นกันจากนั้นจึงได้ศึกษาวิธีการแกะสลักรองเท้าจากเว็บไซด์ต่างๆ ก่อนจะมาลงมือแกะสลักรองเท้าแตะ 2 คู่แรก โดยได้แกะสลักเป็นลายไทย ก่อนจะนำไปขายให้คู่รักไทยญี่ปุ่นในราคาคู่ละ 235 บาท ซึ่งหนุ่มชาวญี่ปุ่นถูกใจมากกับรองเท้าคู่ดังกล่าว

หนุ่มประโคนชัย กล่าวต่อว่า สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการแกะสลักของตนมีมีดคัตเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับแกะ น้ำมันมะกอกไว้ใส่ชโลมใบมีดคัตเตอร์ เพื่อลดความหนืดและให้ใบมีดมันลื่น ง่ายต่อการกรีดลงบนพื้นผิวรองเท้า นอกจากนี้ยังมีดินสอ ยางลบ และปากกาไว้สำหรับร่างแบบลวดลายต่างๆ เป็นต้นแบบบนแผ่นกระดาษไว้เพื่อเลือกแบบ จากนั้นจึงคัดลอกร่างแบบลวดลายที่ต้องการลงบนพื้นผิวของรองเท้าแตะ โดยเฉลี่ยรองเท้า1 คู่ใช้เวลาในการแกะสลักประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งตนจะใช้เวลาว่างในช่วงหัวค่ำหรือเวลาว่างในช่วงวันหยุดตอนกลางวัน นั่งแกะสลักรองเท้ามาได้ประมาณ1 สัปดาห์ แกะรองเท้าได้3 คู่ และขายไปหมดแล้วทั้ง3 คู่ โดยลวดลายที่แกะจะเป็นลายไทย ลายการ์ตูน หรือลวดลายต่างๆตามที่ลูกค้าสั่ง“หลังจากขายไป3 คู่ ได้มีคนรู้จักและแฟนเพจทยอยสั่งรองเท้าแกะสลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่เพราะเพิ่งเริ่ม ขณะนี้มียอดสั่งจองประมาณ10 คู่ ซึ่งมีทั้งลายไทย ลายการ์ตูน ส่วนรองเท้าก็ไปหาซื้อตามร้านค้าและตลาดนัดคลองถมทั่วไปในราคาคู่ละ 110 บาท จากนั้นนำมาแกะสลักลวดลาย และจำหน่ายในราคาค่ะ 235 บาท โดยรองเท้า1 คู่จะได้กำไรคู่ละ125 บาท ท่านใดที่สนใจอยากได้รองเท้าแตะหูคีบแกะสลักลวดลายต่างๆติดต่อโดยตรงได้ที่เฟซบุ๊ก paphinwitDorkprakhon หรือที่โทรศัพท์หมายเลข 08-5206-7235” นายปภินวิช กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

‘ใบเตย’ เป็นห่วง ‘พี่ปั๊บ’ โชว์หวานมากกลัวกระทบ

เป็นนางเอกหน้าใสมาแรง แถมยังเป็นเจ้าของหัวใจนักร้องหนุ่มร็อกคนดังอย่าง ปั๊บ–พัฒน์ชัย หรือปั๊บ วงโปเตโต้ ใครๆก็เลยจับตาสาว ใบเตย–สุวพิชญ์ เป็นพิเศษ ล่าสุดเพิ่งจะควงคู่ไปเที่ยวญี่ปุ่นพร้อมกับเพื่อนๆกันมา ใบเตย เผยว่า “สนุกดีค่ะ พี่ปั๊บก็ดูแลเทกแคร์ดีค่ะ” เป็นทริปหวานเลยมั้ย?“เป็นทริปอบอุ่นมากกว่า เพราะไปกันเยอะกับพี่ๆที่วงด้วย ไปกันประมาณ 8 วัน” มีคนจับจ้องว่าเราค่อนข้างออกตัวแรง ชอบไปไหนด้วยกันบ่อย? “ไปบ่อยเพราะเป็นช่วงเวลาที่ว่างตรงกันมากกว่า เลยหาเวลาไปพักผ่อน” หลายคนมองว่าลงรูปคู่บ่อยเพราะอยากเปิดตัวเยอะ? “ก็ลงบ่อย แต่อยากเปิดตัวเยอะๆมั้ยก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ที่ลงภาพไปเพราะพี่เค้าไปเล่นคอนเสิร์ต เราทำไรไม่ได้ก็ลงรูปให้กำลังใจ สลับกัน แต่ไม่ได้ตามไปทุกคอนเสิร์ต”

กดดันมั้ยมีคนจับตาเราเรื่องนี้ตลอดเลย? “ก็ไม่ได้กดดันอะไร เรากับพี่เขาก็จริงใจไม่ได้ว่าจะมาแอบ หรือโกหกปิดบังใคร” ทริปญี่ปุ่นนี้ปั๊บซื้ออะไรให้บ้าง? “กล้องถ่ายรูปเพราะเห็นว่าเราชอบถ่ายรูป” มีกระแสว่าเราเป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะเป็นแฟนพี่ปั๊บ? “จะคิดอย่างนั้นก็ได้ เพราะพี่เค้าเป็นที่รู้จักของทุกคนอยู่แล้ว พอเรามาคุยกันจริงจังกับพี่เค้า เราก็ถูกจับตามอง คนก็เลยรู้จักมากขึ้น เตยมองว่าเป็นเรื่องปกติ” น้อยใจมั้ยเวลามีคนมองว่าเราเกาะกระแส? “เอาจริงๆเตยก็ไม่ได้คิดมาก พี่เขาเป็นคนที่มีแต่แฟนคลับรัก ก็เป็นธรรมดา ไม่น้อยใจ” จากนี้จะทำให้เราระวังเรื่องการลงรูปหรือโชว์ความสนิทมั้ย? “ทำอะไรก็คิดมากขึ้น ห่วงทางพี่เขาด้วยและห่วงตัวเองมากขึ้น ส่วนทางผู้ใหญ่ไม่มีใครติงอะไร เพราะเราจะทำอะไรก็บอกทางที่บ้านตลอด”.

ที่มา>>>Thairath

ไอเดียยุคใหม่! ตร.ผุดป้ายรถตำรวจ 3D หวังลดซิ่ง

เป็นเรื่องฮือฮาและแชร์กันมากในโลกออนไลน์ สำหรับป้ายรถตำรวจกับจ่าเฉย ในเวอร์ชั่นสามมิติ ที่เป็นป้ายตั้งด่านอยู่ข้างถนน สร้างความแปลกใจให้กับผู้พบเห็นภาพนี้จำนวนมาก ภาพนี้แฟนเพจเฟซบุ๊ก Thailand Police Story บอกว่า เป็นป้ายรถตำรวจที่จังหวัดลำปาง จากภาพที่เห็นก็เป็นป้ายไม้ที่วางแอบอยู่ข้างถนน โดยมีภาพคุณตำรวจจ่าเฉยยืนอยู่ด้วย ซึ่งถ้ามองไกลๆ ด้วยตาเปล่า ก็คล้ายๆ กับรถตำรวจของจริง

งานนี้ชาวเน็ตหลายคนก็วิพากษ์วิจารณ์กันจำนวนมาก มีทั้งเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย กับการติดตั้งป้าย ส่วนหนึ่งบอกว่าป้ายนี้อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะรถที่ผ่านไปมาอาจจะเบรกกะทันหันได้ด้าน พ.ต.ท.คมสันต์ บำรุงยศ สว.จร. สภ.เมืองลำปาง เปิดเผยกับสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ว่า ภาพรถตำรวจที่แชร์อยู่ขณะนี้ เป็นความตั้งใจของตำรวจที่ทำขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เนื่องจากช่วงเทศกาลรถตำรวจไม่เพียงพอ ทางตำรวจจึงมีไอเดียทำป้ายรถตำรวจไปติดตั้ง 15 จุดที่เสี่ยงอันตราย เจตนาคือ ต้องการให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วลง โดยมีตำรวจจริงๆ กับป้ายไฟกระพริบ ไปยืนตั้งด่านอำนวยความสะดวกอยู่ด้วย

ทั้งนี้หลังจากหมดช่วงเทศกาลไป ก็ได้เก็บป้ายไปบางส่วนแล้ว ตอนนี้เหลือเพียง 7 จุด บริเวณถนนเชื่อมระหว่างจังหวัดกับอำเภอ และจะมีนายตำรวจอยู่ประจำจุด ตามช่วงเวลาที่ประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง เช่น ช่วง 1-3 ทุ่ม ซึ่งหลังจากที่ติดป้ายรถตำรวจไปแล้ว บริเวณดังกล่าวก็ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกเลย ทั้งนี้ทางตำรวจก็ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ และอยากชี้แจงว่าทางตำรวจมีเจตนาดีในการทำป้ายขอบคุณภาพจาก พ.ต.ท.คมสันต์ บำรุงยศ สว.จร. สภ.เมืองลำปาง


พ.ต.ท.คมสันต์ บำรุงยศ สว.จร. สภ.เมืองลำปาง

พ.ต.ท.คมสันต์ บำรุงยศ สว.จร. สภ.เมืองลำปาง

ที่มา>>>Thairath

น้ำลดเรือติด บึงบอระเพ็ดแห้ง ประมงโอดหาปลาไม่ได้

ภัยแล้งพ่นพิษ บึงบอระเพ็ด น้ำลดนานกว่า 5 เดือน และยังลดต่อเนื่อง ชาวประมงออกหาปลาไม่ได้ โอด ท้องเรือติดก้นบึง หันเก็บสายบัวขายหารายได้ทดแทน

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวประมงพื้นบ้านที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่บึงบอระเพ็ด หมู่ 5 ต.พระนอน อ.เมืองนครสวรรค์ ไม่สามารถนำเรือออกไปหาปลาได้ตามปกติ หลังจากบึงบอระเพ็ด ประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก น้ำแห้งจนเหลือติดก้นบึงเป็นบริเวณกว้างมานานหลายเดือน ขณะที่ปลาแต่ละชนิดที่เคยชุกชุมก็ลดจำนวนลงอย่างมากเช่นกัน

นายวิเชียร สังข์เหม ชาวประมงพื้นบ้าน กล่าวว่า บึงบอระเพ็ด น้ำลดลงจนเหลือแค่ก้นบึงมานานกว่า 5 เดือนแล้ว และยังคงลดลงต่อเนื่อง ทำให้ในขณะนี้ไม่สามารถเดินเรือออกไปหาปลาบริเวณกลางบึงอย่างที่เคยทำ เนื่องจากท้องเรือติดก้นบึงบอระเพ็ด ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านหลายคนต่างก็ต้องหยุดจับปลาและจอดเรือทิ้งไว้ ทำให้ขาดรายได้ สร้างความเดือดร้อนให้อย่างมาก ส่วนตนเองก็ต้องดิ้นรนพยายามออกเรือไปเก็บสายบัวที่อยู่ริมบึงมาขายเพื่อสร้างรายได้เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้คาดว่าในอนาคตอันใกล้ หากฝนยังไม่ตกลงมาหรือไม่มีน้ำเข้าบึงบอระเพ็ด พืชที่ยังพอหลงเหลืออยู่จะตายหมดอย่างแน่นอน.

ที่มา>>>Thairath

พายุฤดูร้อนกระหน่ำลับแล หลังคาปลิวว่อน ต้นไม้หักโค่นทับรถ-ขวางถนน

อุตรดิตถ์ โดนพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำกลางดึก บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่นขวางถนน ทับรถ หน่วยกู้ภัยเร่งลงเคลียร์พื้นที่ให้ยานพาหนะสัญจรได้ปกติ

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจถนนสายอุตรดิตถ์-ศรีสัชนาลัย หลังจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนราษฎรเสียหาย สืบเนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ มีอุณหภูมิที่สูงถึง 40-43 องศาเซลเซียส จนเป็นเหตุให้เกิดพายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรง จนมีพายุฝนพัดถล่มหลายจุด ต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นหักล้มขวางถนนเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยอุตรดิตถ์สงเคราะห์ ต้องเร่งลงพื้นที่ทำงานอย่างหนัก นำเลื่อยยนต์ออกไปตัดกิ่งไม้ที่ล้มทับขวางถนนในเขตพื้นที่ อ.ตรอน อ.เมืองอุตรดิตถ์ อ.ลับแล ออกจากเส้นทาง เพื่อให้รถสามารถสัญจรได้ตามปกตินอกจากนี้ ที่บริเวณทางเข้าวัดพระนอน ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ พบต้นมะม่วงขนาดใหญ่หักจากแรงลมพายุฤดูร้อนทับรถบัสนำเที่ยวสองชั้น ที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้จำนวน 2 คัน ได้รับความเสียหาย แต่ก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และบริเวณห้องแถวซึ่งเป็นบ้านเช่าจำนวนหลายหลัง กระเบื้องแตกเสียหาย บางหลังสังกะสีปลิวหาย สำหรับค่าเสียหายทาง จ.อุตรดิตถ์ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือต่อไป.

ที่มา>>>Thairath