โจรบุกงัดห้องพักครูร.ร.ดังโคราชอึ้ง!เจอแผนผังโจรกรรม-อุปกรณ์งัดแงะเพียบ (คลิป)

 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ร.ต.อ.สง่า ศรีสุข รอง สวป.สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีเหตุโจรกรรมทรัพย์สินที่โรงเรียนสวนหม่อน เยื้องทางเข้าโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ที่เกิดเหตุเป็นโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 1 (สพป.นม. 1) ภายในห้องพักครูชั้น 3 อาคารกาญจนาภิเษก พบร่องรอยคนร้ายงัดแงะตู้เก็บสิ่งของจำนวน 10 ตู้ ตรวจสอบเบื้องต้นสิ่งของมีค่า ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย โดยมีกระเป๋าใส่เครื่องมือช่างประกอบด้วยไขควง 4 อัน คีมตัดสายไฟ 1 อัน และคีมอเนกประสงค์ 1 อัน ประแจ 4 อัน กรรไกร 1 อัน และลูกกุญแจรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า 2 ดอก วางกองอยู่ข้างๆ และกระดาษแผนผังวาดจุดที่ตั้งอาคารต่างๆ ของโรงเรียน ถูกพับทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมเป็นหลักฐาน พร้อมลายนิ้วมือแฝงที่ปรากฏตามวัตถุต่างๆ จำนวนมาก ร.ต.อ.สง่า เปิดเผยว่า น.ส.รณิดา คำพิทักษ์ ครูชำนาญการพิเศษ เป็นผู้แจ้งเหตุหลังเข้ามาภายในห้องพักครู พบประตูห้องเปิดออก เมื่อเข้าไปดูพบตู้เก็บสิ่งของของครูผู้สอน ถูกงัดแงะ ตรวจสอบเบื้องต้นทรัพย์สินจำนวนหนึ่งถูกโจรกรรม แต่ไม่สามารถระบุจำนวนชัดเจนได้ เนื่องจากต้องรอให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 ดำเนินการเก็บตัวอย่างลายนิ้วมือแฝงและร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวกับคดี รวมทั้งต้องรอให้ครูผู้สอน ซึ่งเป็นเจ้าของตู้แต่ละรายมายืนยันทรัพย์สินอีกครั้ง คาดคนร้ายได้ลักลอบขึ้นบันไดทางทิศตะวันออกของอาคาร อย่างไรก็ตาม ต้องรอ  ร.ต.ท.หญิง จิดาภา มีสูงเนิน พนักงานสอบสวนเวรเจ้าของคดี สอบปากคำครูและพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ด้านนางสุขวิเลิศ คำอุ่นสาร รอง ผอ.โรงเรียนสวนหม่อน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ กล่าวว่า สถานศึกษาไม่ได้ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วีดิโอวงจรปิด เมื่อเกิดเหตุจึงไม่หลักฐานสำคัญ ที่สามารถเป็นเบาะแสหาตัวผู้ก่อเหตุ จึงต้องของบดำเนินการในเร็วๆนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

อดีตเชฟสาวขนมหวานโรงแรมดังหันเปิดร้านขายโรตีแฟนซี รสชาติหลากหลายลูกค้าติดใจ

 เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีอดีตเชฟขนมหวานโรงแรมชื่อดังในกรุงเทพฯ หันมาเปิดร้านขายโรตีแฟนซีด้วยการดัดแปลงนำหน้าต่างๆ ทั้งคาวหวานมาทำขาย ลูกค้าต่างติดใจในรสชาติที่แปลกใหม่และอร่อย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ร้านดังกล่าว พบกับนางรัชภรณ์ สินทวีสุข เจ้าของร้านขายโรตีดังกล่าว นางรัชภรณ์ กล่าวว่า ตนเบื่อความวุ่นวายและการจราจรที่ติดขัด จึงชวนสามีกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดราชบุรี ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย อย่างชาวชนบทวิถีพอเพียง พร้อมกับเปิดร้านค้าเล็กๆ ในพื้นที่หมู่ที่ 11 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง แต่ยังไม่ทิ้งฝีมือการทำขนม ด้วยการดัดแปลงหน้าร้านมาขายโรตีที่ไม่เหมือนใคร ทิ้งรูปลักษณ์โรตีแบบเดิมๆ ที่เราเคยรับประทาน ให้มีทั้งคาวและหวาน อาทิ โรตีหน้าพิซซ่า หน้าหมูแดง หน้าเบคอนมายองเนส หน้าช็อคโกแลตและครีม จนเป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า โดยโรตี เป็นอาหารที่ทำจากแป้ง มักนำไปทอด หรือปิ้งเป็นแผ่นบางๆ นิยมกินทั้งในแบบของหวาน และอาหารคาว อย่างแกงเขียวหวานหรือแกงมัสมั่น ซึ่งคนไทยเรามักคุ้นเคยกับโรตีทอด แล้วราดด้วยนมข้นและน้ำตาลทราย ขั้นตอนการทำแป้งโรตี จะมีส่วนผสมของแป้งอเนกประสงค์ ไข่แดง นมข้นหวาน เกลือ และน้ำเปล่า นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วแบ่งปั้นเป็นลูกกลมๆ เคลือบหน้ากันแห้งด้วยเนยและน้ำมัน จากนั้นเมื่อลูกค้าสั่ง ก็จะนำมาตีให้เป็นแผ่นบางๆ ลงทอดกับน้ำมันและเนยด้วยไฟอ่อน รอจนกระทั่งเหลืองกรอบ ก็นำขึ้นมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ และปิดท้ายตกแต่งหน้าโรตีตามใจลูกค้า ซึ่งโรตีแฟนซีของพี่ต้อยจะขายด้วยราคาที่ย่อมเยา เด็กๆ ซื้อทานได้ในราคาแผ่นละ 10 บาท แต่หากใส่ไข่เพิ่มราคาเป็น 15 บาท ปัจจุบัน ลูกค้าของที่นี่จะเป็นเด็กและผู้สูงอายุในหมู่บ้าน โดยเฉพาะช่วงวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ จะมีเด็กๆ นั่งออกกันอยู่หน้าร้าน เพื่อชมการโชว์ลีลาตีแป้ง และรอรับประทานโรตีหน้าต่างๆ กันอย่างเอร็ดอร่อย หรือจะขอซื้อแป้งโรตีสดไปทำเองที่บ้าน เป็นกิจกรรมครอบครัวในวันว่างก็สนุกไปอีกแบบ

ที่มา>>>ข่าวสด

แพทย์เตือน!! ผู้ติดสุรา ระวัง “หักดิบ” กระทันหันร่างกายปรับสภาพไม่ทัน

สุราเมื่อวันที่  24 ก.ค.  พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ ผู้จัดการแผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา(ผรส.) และนักจิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีข่าวชายวัย60ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ตัดสินใจหักดิบเพื่อเลิกเหล้าเข้าพรรษา จนเกิดอาการช็อกเสียชีวิต ว่า จากข่าวที่ปรากฎการเสียชีวิตยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามาจากสาเหตุการหยุดดื่มสุรา แต่อาจเกิดจากโรคแทรกซ้อนทางกายและปัญหาสุขภาพอื่นๆ บวกกับสภาพแวดล้อมการดูแลตัวเองด้วย ทั้งนี้จากข้อมูลศูนย์วิจัยปัญหาสุรา พบผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราในไทย1.8ล้านราย ในจำนวนนี้ หากต้องการหยุดดื่มสามารถทำได้โดยไม่มีผลกระทบอะไร ขณะที่จำนวนผู้ติดสุรามีกว่า9แสนราย และต่ำกว่า50%หากหยุดดื่มถึงจะมีอาการขาดสุราและในจำนวนนี้มีเพียง2%เท่านั้นที่จะมีอาการขาดสุราในขั้นรุนแรง เช่น คนที่ดื่ม10แก้วต่อวัน ดื่มสุราขาวครึ่งขวดต่อวัน หรือดื่มได้ต่อเนื่องไม่รู้สึกมึนเมาสุราพญ.พันธุ์นภา กล่าวว่า อาการของผู้ที่ติดสุรา หากเข้ารับการบำบัด ช่วง3-5วันแรกอาการจะหนัก แต่เมื่อได้รับยาเพื่อทดแทนการขาดสุรา ยาคลายเครียดและวิตามินบีซึ่งแพทย์จะลดปริมาณลงเรื่อยๆ ประมาณ6-7วันจะดีขึ้น ส่วนผู้ที่ดื่มสุราที่มีอาการลงแดงที่รุนแรง จะเกิดขึ้นภายใน72ชั่วโมงหลังจากหยุดหรือลดปริมาณการดื่ม ถือเป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องไปพบแพทย์ทันที เพราะร่างกายปรับสภาพไม่ทัน มีความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิต อาการที่พบคือ จะหูแว่ว หลงผิด เกิดอาการชัก สับสนเพ้อคลั่ง สูญเสียความทรงจำระยะสั้น ประสาทหลอนคิดว่าจะมีใครมาทำร้าย อาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายตัวเองและคนอื่นได้ ซึ่งแพทย์ควรตรวจหาโรคที่เกิดจากสุรา เช่น โรคตับ และโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการหยุดดื่มสุราทั้งช่วงเข้าพรรษา หรืองดดื่มทุกเทศกาลเป็นผลดีต่อสุขภาพ และการพบแพทย์เป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ซึ่งช่วงเข้าพรรษาทุกๆปีจะมีคนเริ่มเข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้น จึงขอให้ผู้ที่จะงดดื่มเอาชนะใจตัวเอง ครอบครัวควรส่งเสริมให้กำลังใจเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีปัญหาจากการดื่มสุราสามารถปรึกษาสายด่วน กรมสุขภาพจิต1413หรือโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ

ที่มา>>>ข่าวสด

เจ้าเหมียวน้อยรอดแล้ว กู้ภัยกรุงเก่าช่วยติดซอกตึก ร้องนานหลายช.ม.

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 59 ผู้สือข่าวรับเเจ้งจากน.ส.บุปผา กาคาเขตต์ อายุ 32 ปี ชาวอ.เสนา ว่ามีลูกเเมวติดอยู่ซอกตึก หน้าโรงเรียนผดุงวิทยา ริมถนนสายบ้านเเพน-เจ้าเจ็ด ม.8 ต.สามกอ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตเป็นทาวน์เฮ้าส์ปลุกติดกันหลายหลัง ช่วงด้านหลังของตึกมีช่องว่างความกว้างประมาณ 15 ซ.ม.  ชาวบ้านเเละหน่วยกู้ภัยอยุธยากำลังปีนกำเเพงเเละช่วยกันใช้ไม้ทำหว่ง เพื่อรัดตัวเเมวขึ้นมา แต่ด้วยพื้นที่เป็นที่แคบ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้กล้องส่องลงไปเพื่อค้นหาตัวแมว  ใช้เวลากว่า 2 ช.ม. กว่าจะช่วยเเมวเอาไว้ได้ เเละได้ส่งเเมวให้น.ส.บุปผาไปรักษาและดูเเลต่อไป น.ส.บุปผาเล่าว่า ได้ยินเสียงลูกเเมวร้องตั้งเเต่ช่วงกลางวัน คิดว่าไม่มีอะไร จึงออกไปทำธุระส่วนตัวที่ตลาด จนเวลา 16.30 น. ได้กับเข้ามาที่บ้านอีกครั้ง เเต่ก็ได้ยินเสียงร้องอีกรอบ จึงเดินออกไปดู พบว่าลูกเเมวติดอยู่ที่ซอกตึก จึงโทร.เเจ้งหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ ด้านนายสราวุฒิ ลือกิจ เจ้าหน้าหน่วยกู้ภัยอยุธยา เล่าว่า พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่แคบมาก ต้องใช้กล้องสอดลงไปตามซอกตึกจนเห็นตัวแมว แล้วใช้ไม้ยาวประมาณ 3 เมตร ทำเป็นหว่งเชือกลงไปรัดตัวแมวขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบผู้ช่วยดีเจรับจ็อบส่งยาบ้าเดลิเวอรี่ตามหอพัก ยึดของกลาง 138 เม็ด

 เมื่อวันที่ 22 ก.ค. พ.ต.ท.สิทธิพร ธรากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.ต.อาทิตย์ จันทา สว.สส.ฯ ร.ต.ท.ทรงเกียรติ ขันธ์เขต รอง สว.สส.ฯ ร.ต.ท.ไกรวัลย์ พิทักษ์วาปี ร.ต.ต.สุนทร ชุดชนบท และกำลังชุดสืบสวน เข้าตรวจค้นที่ห้องพักไม่มีเลขที่ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจากที่สืบทราบมาว่ามีการมั่วสุมเสพยาบ้า และตรวจค้นห้องพักพบนายศราวุฒิ ศรีจันทร์งาม อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ม.14 ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี และนายธง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี กำลังมั่วสุมเสพยาบ้าตาลอยอยู่ในห้องพัก ตรวจค้นเจอยาบ้าในกระเป๋าคาดเอววางไว้บนหลังตู้เย็น ในห้องพักจำนวน 38 เม็ด พร้อมอุปกรณ์เสพจำนวนหนึ่ง โดยเบื้องต้นยอมรับว่า รับซื้อยาบ้ามาจากนายบุญทัน หรือแดง หมันศรี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 ม.8 ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.สกลนคร มีอาชีพเป็นพนักงานประจำห้องส่งสถานีวิทยุชื่อดังแห่งหนึ่ง ในต.สามพร้าว โดยนายแดงจะขับรถจักรยานยนต์มาส่งยาบ้าให้ถึงห้องเมื่อโทรศัพท์ไปติดต่อขอซื้อ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้นายศราวุฒิ ติดต่อสั่งยาบ้ามาส่งให้และไม่กี่นาทีต่อมา ก็มีนายแดงขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ไม่ติดทะเบียน เข้ามาจอดที่หน้าห้องพักแล้วเข้าไปที่ห้องของนายศราวุฒิจึงถูกควบคุมตัวเอาไว้ทันที พร้อมตรวจยึดยาบ้ารวม 90 เม็ด ซุกซ่อนในกระเป๋ากางเกงยีนส์ จากนั้นจึงคุมตัวไปสอบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมแก๊งยาบ้าได้อีกคือนายปัญญา หรืออั้ม จิตงาม อายุ 22 ปี ที่หน้าร้านอาหารริมทางถนนอดุลยเดช ต.หมากแข้ง ค้นเจอยาบ้าอีกจำนวน 10 เม็ด

จากการสอบสวนนายบุญทัน ยอมรับสารภาพว่า ตนเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องเสียงและเครื่องส่ง (คอนโทรล) ให้กับสถานีวิทยุชื่อดัง และบางครั้งก็จัดรายการเพลงแทนดีเจ แต่เนื่องจากช่วงนี้รายได้ไม่พอใช้ มีสปอนเซอร์น้อยลง จึงคิดหาทางร่วมกับเพื่อนๆรุ่นน้องรับซื้อยาบ้ามาขาย โดยจะจัดส่งแบบเดลิเวอรี่ โทรสั่งก็จะเอายาบ้าไปส่งให้ทันทีโดยเฉพาะในเขต ต.สามพร้าว โดยลูกค้าไม่ต้องมาหาซื้อให้ลำบาก นอนรอที่ห้องก็จะไปส่งถึงที่ จากนั้นจึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ส่งมอบให้ ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ ภูชื่นบาน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายกันต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จับสาวร้านเน็ตผลิตแบงค์ปลอมตุ่นซื้อของ ระบาดเกลื่อนย่านปทุมฯยึดของกลางเพียบ

 เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ร.ต.ท.พีรพัฒน์ มั่นยา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมชุดสืบสวน สภ.เมืองปทุมธานี จับกุมนางจันทร์เพ็ญ สินหนัง อายุ 33 ปี เจ้าของร้านอินเตอร์เน็ต พร้อมขายยางรถยนต์ และนายประกอบ ทัพวงค์ อายุ 35 ปี ลูกจ้างในร้าน ร่วมใช้ธนบัตรปลอมซื้อสินค้าทำให้มีผู้เดือนร้อนหลายราย โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 102/531 หมู่บ้านกฤษณา หมู่ 3 ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี สืบเนื่องจากที่เคยมีข่าว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เตือนภัยถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในพื้นที่ต่างๆ ให้ระวังผู้ที่จะนำธนบัตรปลอมออกมาใช้ซื้อของ ซึ่งจะเกิดความเสียหายและผิดกฎหมาย ที่ผ่านมาที่หมู่บ้านกฤษณา เคยมีผู้นำธนบัตรปลอมใบละ 100 บาท และ 50 บาท มาซื้อสินค้าแล้ว รวมถึงในพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี ที่มีคนร้ายนำแบงค์ปลอมมาจ่ายค่าเติมน้ำมัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในปั๊มน้ำมันดังกล่าว พบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ หมายเลขทะเบียน 9727 ปทุมธานี จึงได้ติดตามไปจับกุมนายประกอบ ทัพวงค์ พร้อมนางจันทร์เพ็ญ สินหนัง ซึ่งยอมรับว่าพิมพ์ธนบัตรปลอมขึ้นมาเอง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางประกอบด้วย เครื่องปริ้นเตอร์อิ้งเจ็ท ยี่ห้อเอปสัน แบบมีแท็งค์เติมหมึกเอง หมึกอะคริลิคสีเทา เทียน จำนวน 8 แท่ง มีดคัตเตอร์ ไม้บรรทัด และธนบัตรปลอมชนิด 100 บาทจำนวน 8 ใบ ธนบัตรปลอมชนิด 50 บาท จำนวน 1 ใบ ธนบัตรปลอมชนิด 20 บาท จำนวน 20 ใบ จากการสอบถามนางจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า ตนเองยอมรับว่าเป็นคนพิมพ์ธนบัตรปลอมขึ้นมาเอง โดยใช้เครื่องปริ้นเตอร์อิ้งเจ็ท จากนั้นใช้เทียนถูธนบัตรปลอมให้มัน จับแล้วคล้อยธนบัตรจริงหากดูเพียงผิวเผินก็จะไม่รู้ ซึ่งที่ทำลงไปเนื่องจากขัดสนเรื่องเงินและค่าใช้จ่ายภายในบ้าน เพราะว่าที่ผ่านมาต้องจ่ายเงินให้กับค่าทนายความเรื่องที่ลูกสาวของตนเอง ที่ถูกล่อลวงไปข่มขืนจากโรงเรียนกินนอนชื่อดังย่าน จ.ชลบุรี ในขณะเดียวกับที่ตนต้องผ่าตัดมะเร็งเต้านมอยู่ที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นคดีก็ไม่มีความคืบหน้าและต้องจ่ายค่าทนายความกว่า 70,000 บาท ขณะนี้ที่บ้านก็ถูกตัดไฟแล้ว จึงนำธนบัตรปลอมไปซื้อกับข้าวมาให้ลูกได้กิน และยอมรับว่าใช้ธนบัตรปลอมไปเพียง 4 ครั้งเท่านั้น ส่วนนายประกอบ ทัพวงค์ อ้างว่าไม่ทราบว่าธนบัตรที่นางจันทร์เพ็ญให้มาใช้นั้นเป็นธนบัตรปลอม จึงนำไปใช้จ่ายเติมน้ำมัน จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตามสืบและจับกุมในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

ฆ่าโหดลูกสาวคนดัง!! พ่อรุดดูศพ ลูกเพิ่งกลับจากเมืองนอก สุดสะเทือนขวัญชาวบ้าน

 เวลา 08.30 น. วันที่ 22 ก.ค. พ.ต.ท.มิตรธิศาล นรชาญ ร้อยเวรฯ สภ.เมืองมหาสารคาม รับแจ้งเหตุ พบศพหญิงสาวเสียชีวิตที่บริเวณพงหญ้าข้างถนนบายพาสรอบเมืองมหาสารคาม หลังตลาดเกษตร ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จึงรีบรุดมายังที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ภัยจี่เสียงเกาะ กู้ภัยศรีโสภณ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาสารคาม เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบประชาชนกว่า 100 คน กำลังมุงดูเหตุการณ์ วิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องนำเชือกมากั้นบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าใกล้ที่เกิดเหตุ ในพงหญ้า พบศพหญิงสาว สภาพศพเริ่มขึ้นอืดนอนหงาย บริเวณใบหน้าถูกของแข็งทุบอย่างแรงจนเขียวคล้ำตาถลนออกมาจากเบ้าตาทั้ง 2 ข้าง สวมเสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงยีนส์ขาสั้น ที่แขนขวามีรอยสัก ทาเล็บมือและเท้าสีเหลือง ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ฟีโน่ สีดำชมพู หมายเลขทะเบียน ขคง 777 มหาสารคาม จอดอยู่ และพบรองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อดัง Onitsuka Tiger สีดำ ตกอยู่ข้างรถ 1 คู่ และพบร่องรอยการต่อสู้บริเวณพื้นหญ้ากระจุยกระจาย แพทย์ลงความเห็นว่า น่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตน่าจะถูกทุบด้วยของแข็งที่บริเวณใบหน้าจนกะโหลกใบหน้ายุบ ต่อมา นายสมชาติ อมรศรีรัตนชัย หรือ ชื่อในวงการพระเครื่อง “เล็ก สารคาม” รองประธานบริหารพระเครื่องภาคอีสานเขต 2 ได้เดินทางมาดูศพ และยืนยันว่าผู้ตาย คือ บุตรสาวของตน ชื่อ นางสาวรุจิษยา อมรศรีรัตนชัย อายุ 23 ปี โดยได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยลูกสาวบอกว่า จะไปเดินตลาดไนท์ ที่ห้างเสริมไทยคอมเพล็กซ์ จากนั้นก็ติดต่อลูกสาวไม่ได้อีกเลย จนมาพบเป็นศพ สำหรับบุตรสาวคนนี้ เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองนอก ได้ไม่กี่เดือนและไปช่วยงานร้านกาแฟแห่งหนึ่งกับเพื่อนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม สำหรับสาเหตุฆาตกรรมคงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ พ.ต.ท.มิตรธิศาล กล่าวว่า จากการสอบสวนญาติผู้ตาย พบเป็นหลานสาวเจ้าของร้านอาหารชื่อดังของเมืองมหาสารคาม และผู้ตายเพิ่งเรียนจบจากเมืองนอก และได้กลับมาเยี่ยมบ้าน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจเป็นเรื่องชู้สาว วันเกิดเหตุอาจจะเจอคนรู้จักกันแล้วชวนกันไปพูดคุย ซึ่งอาจตกลงอะไรกันบางอย่างไม่ได้ ทำให้ผู้ตายถูกทำร้ายจนเสียชีวิต หรืออาจเป็นการล่อลวงไปชิงทรัพย์ เนื่องจากญาติบอกว่าโทรศัพท์ไอโฟน 6 สีทองของผู้ตายหายไป ส่วนสาเหตุการถูกฆ่าตายที่แท้จริง เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของการฆาตกรรมต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มเป้าหมายที่ต้องสงสัยเป็นแก๊งวัยรุ่นร้านกาแฟ ที่ผู้ตายไปทำงานอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านผวา งูเหลือมยักษ์เกือบ 5 เมตรบุกสนามแข่งไก่ชนกลางเมืองเพชรบุรี

14691548931469154951lเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 22 ก.ค.59  เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยอุปกรณ์ในการจับสัตว์เลื้อยคลานรุดเข้าตรวจสอบ ที่บริเวณสนามแข่งไก่ชน ไม่มีเลขที่ หมู่ 4 ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีงูเหลือมขนาดใหญ่เข้าไปอยู่ในจุดดังกล่าว และเกรงว่าจะได้รับอันตราย เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้เดินทางไปถึงและจากการตรวจสอบพบว่า ที่บริเวณซอกกำแพงมีงูเหลือมขนาดใหญ่ อายุประมาณ 4 ปี ขดตัวอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้ใช้อุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลานเป็นไม้สำหรับจับงูเข้าดำเนินการจับงูตัวดังกล่าว พบว่ามีความยาวประมาณ 4-5 เมตร น้ำหนักประมาณ 10 กก. โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จะนำงูตัวดังกล่าวไปปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไปจากการสอบถาม นางสมพิษ เพชรปาง อายุ 50 ปี เป็นผู้ดูแลสนามแข่งไก่ชน เล่าให้ฟังว่า ได้ยินเสียงสุนัขและแมวที่เลี้ยงไว้ ส่งเสียงร้องผิดปกติ ตนจึงได้เดินออกมาดูและพบว่ามีงูเหลือมขนาดใหญ่กำลังเลื้อยพาดอยู่บนกำแพง ตนเมื่อเห็นงูขนาดใหญ่รู้สึกตกใจมาก รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาให้การช่วยเหลือทันที

ที่มา>>>ข่าวสด

ดอกเข้าพรรษาเบ่งบานสะพรั่งที่สวนสัตว์เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูป

 เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวต่างพากันชื่นชมความงามของดอกเข้าพรรษา หรือดอกหงส์เหิน ดอกกล้วยเครือคําสีม่วงกำลังออกดอกสวยงาม ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ในวันแรกของวันเข้าพรรษา กำลังเบ่งบานออกช่อดอกสวยงามตระการตาบนเนินต่างๆ และรอบวัดกู่ดินขาวในสวนสัตว์เชียงใหม่ด้วย นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวขณะพาผู้สื่อข่าวไปชมดอกเข้าพรรษา ว่า ชาวเชียงใหม่เรียกดอกเข้าพรรษา ช่อดอกเป็นสีม่วงมีดอกปลายเป็นสีเหลือง กำลังออกดอกเบ่งบานอยู่บนเนินเขา ตรงข้ามลาดจอดรถเลยจุดแสดงแมวน้ำ และอีกจุดบริเวณวัดกู่ดินขาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำต้นพันธุ์มาปลูก ได้ 2-3 ปี แต่มาในปีนี้ออกดอกในช่วงวันเข้าพรรษาพอดี บริเวณเนินเขาใกล้แกะภูเขาจะออกดอกสวยงามเต็มพื้นที่ ผสมไปกับพรรณไม้อื่นๆ ทำให้เป็นอีกไฮไลต์ของนักท่องเที่ยวในช่วงระยะ 3 เดือนเข้าพรรษา จะได้ชมสัมผัสถ่ายภาพกับดอกเข้าพรรษาอย่างเต็มอิ่มสวยงาม
 ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวต่อว่า ขอให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังในการเดินเข้าไปถ่ายภาพเซลฟี ขอความกรุณาไม่เหยียบย้ำโดนต้นไม้ และไม่ควรเด็ดดอกเพื่อธรรมชาติที่สวยงาม อีกทั้งนักท่องเที่ยวท่านคนอื่นจะได้มาชื่นชมเช่นกัน สำหรับดอกเข้าพรรษา หรือ หงส์เหิน เป็นไม้ดอกเมืองร้อนเกิดในป่าร้อนชื้น พบในประเทศไทย พม่า และเวียดนาม ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่หรือตามชายป่า มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น กล้วยจ๊ะก่า (ตาก) กล้วยจ๊ะก่าหลวง (ลำพูน) กล้วยเครือคำ (เชียงใหม่) ก้ามปู (พิษณุโลก) ขมิ้นผีหรือกระทือลิง (ภาคกลาง) ว่านดอกเหลือง (เลย) และดอกเข้าพรรษา (สระบุรี)

ที่มา>>>ข่าวสด

มหัศจรรย์วันเข้าพรรษา! ชาวพุทธฮือฮาพระอาทิตย์ทรงกลดเหนือพระธาตุแก้วโป่งข่ามลำปาง

วันที่ 20 ก.ค. เวลา 14.19 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเข้าพรรษาซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 เกิดปรากฎการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด เหนือท้องฟ้าบริเวณองค์พระธาตุเจดีย์แก้วโป่งข่าม วัดนาบ้านไร่ อ.เถิน จ.ลำปาง โดยพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาร่วมทำบุญและกราบไหว้องค์แก้วโป่งข่าม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเถิน ต่างเห็นพระอาทิตย์ทรงกลดที่บริเวณเหนือท้องฟ้าบริเวณดังกล่าว และบอกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ ไม่เคยเห็นปรากฏการณ์แบบนี้มาก่อน  สำหรับวัดนาบ้านไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 144 ม.5 ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง มีองค์แก้วโป่งข่าม ซึ่งเป็นก้อนแร่ขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายพระพุทธรูป ค้นพบเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2545 บริเวณดอยโป่งหลวง มีลักษณะเป็นแท่งแก้วใส มีความสูง 95 ซม. เส้นรอบวง 166 ซม.มีน้ำหนักโดยประมาณ 1,000 กก. ซึ่งบรรจุในพระธาตุดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด