โครงการหลวง ส่งเสริมมะม่วงต่างประเทศ ที่ศูนย์หมอกจ๋าม

มะม่วงเป็นไม้ผลที่สำคัญชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากเป็นอาหารสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มูลนิธิโครงการหลวงได้นำเอามะม่วงมาทดลองปลูกและพัฒนาจนเป็นไม้ผลเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง ทำการศึกษาวิจัยพัฒนาพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ให้เหมาะสม สามารถส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นอาชีพได้ แต่พันธุ์มะม่วงที่ส่งเสริมเกษตรกรนั้น มีความแตกต่างจากมะม่วงที่ปลูกในที่พื้นราบทั่วไป เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่สูง สภาพอากาศค่อนข้างหนาวเย็นผศ.ดำเกิง ป้องพาล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม เล่าว่า มูลนิธิโครงการหลวงดำเนินการศึกษาวิจัยจนได้พันธุ์มะม่วงที่สามารถปลูกได้ดีบนพื้นที่สูง คุณภาพผลผลิตดี ทำการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกในหลายพื้นที่ของมูลนิธิโครงการหลวง และมีข้อได้เปรียบมะม่วงจากแหล่งอื่นๆ คือ การเก็บเกี่ยวล่าช้ากว่ามะม่วงที่ปลูกบนพื้นราบ เป็นสายพันธุ์ที่แปลกใหม่ เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ พันธุ์นวลคำ พันธุ์ปาล์มเมอร์ พันธุ์อาร์ทูอีทู พันธุ์เออวินส์  พื้นที่ศูนย์ฯ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 60 ราย รวมพื้นที่ประมาณ 180 ไร่คุณอรรณพ เปรมัฐเสถียร นักวิชาการไม้ผล ให้รายละเอียดว่า มะม่วงนวลคำ เดิมชื่อ จินฮวง เป็นพันธุ์ที่นำมาจากไต้หวัน ปลูกครั้งแรกที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ลักษณะประจำพันธุ์นวลคำ ลักษณะผลกลมยาว ก้นผลงอนและค่อนข้างแหลม ผลมีขนาดใหญ่ นำหนักผลประมาณ 600-1,300 กรัม อายุการเก็บเกี่ยวหลังดอกบาน 120 วัน ผิวผลสีเหลืองอมเขียว เก็บเกี่ยวได้ประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก เมื่อผลแก่จัดมีรสชาติมัน เมื่อสุกผลสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวาน

พันธุ์ปาล์มเมอร์ ผลมีขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 700 กรัม อายุการเก็บเกี่ยวหลังดอกบาน 120 วัน ผิวผลมีสีเหลืองส้มแต้มสีแดง มีจุดบนผลจำนวนมาก เก็บเกี่ยวได้ในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม รับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก เนื้อแน่น มีเสี้ยนเล็กน้อย เมล็ดยาวมีขนาดปานกลาง ทรงต้นสูงโปร่ง แข็งแรงปานกลาง

พันธุ์อาร์ทูอีทู เป็นพันธุ์การค้าของประเทศออสเตรเลีย พัฒนามาจากมะม่วงพันธุ์เคนท์ ผลกลมมีขนาดค่อนข้างใหญ่ น้ำหนักประมาณ 800 กรัม เมื่อสุกผิวผลจะมีสีเหลืองส้ม เนื้อสีเหลืองมะนาว เนื้อผลแข็ง มีเสี้ยนเล็กน้อย รสชาติหวาน มีกลิ่นขี้ไต้อ่อนๆ  อายุเก็บเกี่ยวหลังดอกบาน 120 วัน เมื่อสุกผิวจะสีเหลืองส้ม เปลือกค่อนข้างหนา ทำให้ทนทานต่อโรค สามารถขนส่งได้ไกล เก็บเกี่ยวได้ในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม เป็นพันธุ์ที่มีอายุการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยวนานพันธุ์เออวินส์ ผลขนาดปานกลาง น้ำหนักประมาณ 300 กรัม รูปร่างค่อนข้างยาวรีหรือรูปไข่ยาว ติดผลดก อายุเก็บเกี่ยวหลังดอกบาน 120 วัน ผลดิบมีจุดประสีแดงบริเวณไหล่และแก้มผล ผลสุกจะมีสีแดง สีเลือดนก ผลสุกสีเหลืองทอง ไม่มีเสี้ยน รสชาติหวาน เก็บเกี่ยวได้ในเดือนมิถุนายน

การปลูกมะม่วงบนพื้นที่สูง นอกจากคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมแล้ว ความสำคัญอยู่ที่การทำให้ได้มะม่วงที่มีคุณภาพ ได้แก่ การคัดเลือกพื้นที่ การวางผังปลูก การตัดแต่งกิ่ง การให้น้ำ การใส่ปุ๋ย การปลิดผล และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ในที่นี้ใคร่ขอแนะนำเรื่องการห่อผล นับว่ามีความสำคัญมากในการผลิตมะม่วงคุณภาพดี นอกจากป้องกันแมลงวันผลไม้แล้ว ยังทำให้มะม่วงมีผิวและสีที่สวยงาม ผลมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ผลแก่ช้าลง ผลไม่ค่อยร่วงหล่นเสียหายและปราศจากสารเคมี จำหน่ายได้ราคาอายุของผลมะม่วงที่เหมาะในการห่อผล ประมาณ 50-70 วัน สำหรับชนิดและสีของถุงห่อผลนั้น มีถุงกระดาษที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะ จากการศึกษาวิจัยพบว่าพันธุ์มะม่วงที่ไม่ต้องการแสงแดดช่วยในการเปลี่ยนสีผิว หรือมะม่วงพันธุ์ที่สุกแล้วผิวผลสีเหลือง เช่น มะม่วงนวลคำ ควรใช้ถุงชนิดสีน้ำตาล แต่ด้านในสีดำ ส่วนมะม่วงที่ต้องการแสงแดดช่วยในการเปลี่ยนสีผิว เช่น พันธุ์เออวินส์ พันธุ์ปาล์มเมอร์ พันธุ์อาร์ทูอีทู ควรใช้ถุงห่อสีขาว การห่อผลมีอิทธิพลทำให้ความหวานของผลลดลงบ้าง และก็สามารถเพิ่มความหวานและความกรอบของผลมะม่วงได้ โดยการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 13-0-46 ฉีดพ่น 1-2 ครั้ง ในระยะเปลือกหุ้มเมล็ดแข็งแล้วสนใจสอบถามข้อมูลการปลูกมะม่วงบนพื้นที่สูงได้ที่ ผศ.ดำเกิง ป้องพาล โทรศัพท์ 08-1595-8768 คุณสานิตย์ นิรพาธ นักวิชาการไม้ผล โทรศัพท์ 08-9951-4153 และขอขอบคุณข้อมูลจากงานพัฒนาและส่งเสริมการผลิตไม้ผล มูลนิธิโครงการหลวง

ที่มา>>>ข่าวสด

‘ครูแก้ว’ อดีต รมช.เกษตรฯ นำร่องปลูกเมล่อนญี่ปุ่น หนุนเกษตรทางเลือก

สุดเจ๋ง! ‘ครูแก้ว อดีต รมช.เกษตรฯ’ นำร่องปลูกเมล่อนญี่ปุ่น ชดเชยสวนยางตั้งฟาร์มตัวอย่าง หนุนเกษตรทางเลือก ควบแหล่งเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมให้คำปรึกษา แนะนำพันธุ์ไปเพาะปลูกครบวงจร ผู้สนใจสามารถมาเยี่ยมชมเกษตรครบวงจรได้

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นข่าวที่สร้างความสนใจให้กับเกษตรกร พี่น้องประชาชน ภายหลัง นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นอดีต ส.ส.ผู้แทนชาวนครพนม ขวัญใจชาวนครพนมหลายสมัย สายเลือดเกษตรกร ลูกชาวไร่ชาวนา 100 เปอร์เซ็นต์ ที่เคยต่อสู้ขับเคลื่อนผลักดันโครงการรัฐบาลมาหลายสมัย ในการส่งเสริมอาชีพการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับเกษตรกรนายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับบทบาทใหม่ เกษตรกรผู้ปลูกเมลอน ที่พูนสุขฟาร์ม

ล่าสุดได้ใช้เวลาว่าง หลังพักงานการเมือง หันมาทำอาชีพเกษตรกรในการเปิดฟาร์มตัวอย่าง ในชื่อ พูนสุขฟาร์ม ในพื้นที่หลังตลาดพูนสุข ในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ทดลองทำการเกษตรทางเลือก ในการปลูกนำร่องเมล่อนญี่ปุ่น เป็นแห่งแรกของ จ.นครพนม จนประสบความสำเร็จ ส่งออกขายท้องตลาด สร้างความสนใจให้กับเกษตรกร เป็นอย่างมาก พร้อมเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทางเลือก ในการสนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกร มาศึกษาเยี่ยมชม และนำไปเพาะปลูก สร้างรายได้

โดยเฉพาะเกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาเรื่องปัญหาราคายางตกต่ำ ส่งผลต่อการขาดทุนอย่างหนัก ต้องแบกภาระหนี้สิน จึงต้องการที่จะส่งเสริมเกษตรกรหันมาปลูกเมล่อนญี่ปุ่นทดแทน สร้างรายได้ เพราะถือเป็นพืชที่ตลาดต้องการผลผลิตจำนวนมาก และมีราคาแพง ตกกิโลกรัมละ 150-200 บาท ที่สำคัญเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ใช้ระยะเวลาปลูกสั้น แต่สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี ซึ่งไม่เพียงจะเป็นฟาร์มตัวอย่าง ยังจะมีการพัฒนาส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศึกษาการเกษตรทางเลือกสร้างอาชีพอีกด้วย

นายศุภชัย กล่าวว่า สำหรับที่มาของการปลูกพืชการเกษตรทางเลือก เมล่อนญี่ปุ่น เนื่องจากตนจะเป็นคนที่ชอบทำการเกษตรอยู่แล้ว เพราะครอบครัวมาจากชาวไร่ชาวนา จึงมีใจรัก และเข้าใจถึงหัวอกของเกษตรกร จนได้เดินหน้าทำงานการเมืองเพื่อต้องการสนับสนุนให้เกิดนโยบายรัฐบาลที่ประชาชน พี่น้องเกษตรกรได้ประโยชน์ จนได้มีโอกาสรับตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำงานช่วยเหลือชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนยางมาตลอดในการแก้ไขปัญหาผลผลิตการเกษตรตกต่ำทำฟาร์มปลูก จำนวน 6 ไร่ รวม 36 โรงเรือน ได้ผลผลิตชุดแรก ประมาณ 7,000 ลูก

“ภายหลังไม่ได้ทำงานการเมือง แต่ยังมีใจรักในการพัฒนาอาชีพการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงที่ยางพาราเกิดวิกฤติราคาตกต่ำ จึงได้คิดค้นหาวิธีช่วยเหลือเกษตรกร ในการทำเกษตรทางเลือก เป็นที่มาของการปลุกเมล่อนญี่ปุ่น จึงได้ทำลองทำฟาร์มตัวอย่าง ปลูกเมล่อนญี่ปุ่น จนประสบความสำเร็จได้ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นรุ่นแรก ที่จะเป็นทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรมาศึกษานำไปเพาะปลูกทดแทนการทำสวนยาง เพราะเป็นผลผลิตการเกษตรที่ถือว่า ตลาดกำลังต้องการ และมีราคาแพง เป็นผลดีต่อเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม” เขากล่าว

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า สำหรับเมล่อนญี่ปุ่น ถือเป็นเกษตรทางเลือกใหม่ เป็นพืชตระกูลแตง ที่ปลูกด้วยการเพาะเมล็ดพันธุ์ ก่อนนำมาเพาะปลูกในแปลง ที่เป็นโรงเรียนคลุมด้วยพลาสติกใส เนื่องจากเป็นพืชที่ค่อนข้างจะมีปัญหาเรื่องศัตรูพืช ต้องปลูกในโรงเรือน และต้องศึกษาเรียนรู้วิธีการปลูกมาอย่างดี แต่ถือว่าในสภาพอากาศบ้านเรามีความเหมาะสม เพราะเป็นพืชใช้น้ำน้อย ทนความร้อน เหมาะแก่ปลูกหน้าแล้ง แต่ไม่ชอบหน้าหนาว ใช้เวลาเพาะปลูกประมาณ 30 วัน จะสามารถผสมเกสร

“จากนั้นประมาณ 15 -20 วัน จะออกผลโต และสามารถเก็บผลผลิตขายได้ ในระยะเวลารวมประมาณ 80-90 วัน ซึ่งได้ทดลองทำฟาร์มปลูก จำนวน 6 ไร่ รวม 36 โรงเรือน ได้ผลผลิตชุดแรก ประมาณ 7,000 ลูก หรือประมาณ 15,000 กิโลกรัม มีราคาขายตามตลาดทั่วไป ประมาณกิโลกรัมละ 150-200 บาท ถือว่ามีราคาสูง แต่จะขายประมาณกิโลกรัมละ 80-100 บาท ให้เกษตรกรได้ซื้อไปรับประทานในราคาถูก หากขยันปลูกพื้นที่มาก คาดว่าจะสามารถทำเงินได้เดือนละหลายแสนบาท” นายศุภชัย  กล่าวตั้งเป้าจะเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรกรทางเลือกปลูกเมล่อน แห่งแรกของภาคอีสาน

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ถือได้ว่า เหมาะแก่เกษตรกรที่สนใจปลูกขายสร้างรายได้ ซึ่งในการปลูกถ้าเข้าใจศึกษาเรียนรู้ ถือว่าดูแลไม่ยาก และได้ผลผลิตดีเกินคาด และต้องเน้นปลอดสารพิษ ครูแก้ว กล่าวอีกว่า ภายหลังเห็นผลผลิตยอมรับว่าดีใจมาก ที่ได้เปิดฟาร์มทดลองปลูก หลังจากนี้จะทำเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรกรทางเลือกปลูกเมล่อน แห่งแรกของภาคอีสาน เปิดให้เกษตรกร หรือผู้สนใจ มาศึกษาเยี่ยมชมฟรี หรือใครสนใจที่จะศึกษานำพันธุ์ไปเพาะปลูกก็ยินดี เชื่อว่าจะเป็นเกษตรทางเลือกใหม่ ที่จะสามารถทำเงินทดแทนยางพาราได้อย่างแน่นอน

“จึงขอเชิญชวน พี่น้องเกษตรกร ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่สนใจมาเที่ยวชมศึกษา โดยในอนาคตพื้นที่ตลาดพูนสุข ในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม จะพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกร ครบวงจร และยังเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตร ที่สำคัญของ จ.นครพนม สามารถเลือกซื้อ เลือกชม สินค้าเกษตร ปลอดภัยได้อีกด้วย” นายศุภชัย กล่าว.

ที่มา>>>Thairath