ระเบิดตูมสนั่น! โรงกลั่นน้ำมันเม็กซิโก ไฟไหม้ ควันดำทะมึน ตายเจ็บอื้อ

โรงงานปิโตรเคมี ภายในโรงกลั่นน้ำมันของเม็กซิโก เกิดระเบิด ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรง และควันดำทะมึนพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนในพื้นที่ใกล้เคียง และสั่งปิดโรงเรียนทันที เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 บาดเจ็บกว่าร้อย

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสุดระทึก โรงงานปิโตรเคมีภายในโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีเม็กซ์ (Pemex) ที่เมืองท่า Coatzacoalcos ในรัฐเวราครูซ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโก เกิดระเบิดอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรงและควันดำทะมึนลอยสู่ท้องฟ้าอย่างน่ากลัว เมื่อเวลาประมาณ 15.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันที่ 20 เม.ย.59 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย บาดเจ็บกว่า 105 คน ในจำนวนนี้เป็นคนงานโรงงาน 58 คน ขณะที่ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และสั่งปิดโรงเรียนหลายแห่งทันที

บริษัทพีเม็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจในประเทศเม็กซิโก ออกแถลงการณ์ถึงสาเหตุระเบิดว่าเกิดจากบริษัทเม็กซีเคม (Mexichem) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทพีเม็กซ์ และมีโรงงานอยู่ในบริเวณใกล้กัน ได้เกิดระเบิดขึ้น โดยโรงงานดังกล่าว เป็นโรงงานผลิตสารเคมีไวนิลคลอไรด์ ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายสำหรับใช้ในการผลิตท่อพีวีซีและอื่นๆควันดำทะมึนจากโรงกลั่นน้ำมันบริษัทพีเม็กซ์

ด้านผู้ว่าการรัฐเวราครูซ กล่าวผ่านสถานีวิทยุแห่งหนึ่งในเม็กซิโกว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น และรับรู้ได้ถึงความรุนแรงของการระเบิดในรัศมีที่ห่างจากโรงกลั่นน้ำมันพีเม็กซ์ไปไกลนับ 10 กิโลเมตร โดยหลังเกิดเหตุ ทางการได้แจ้งเตือนประชาชนให้อยู่แต่ภายในอาคารบ้านเรือน เพราะอาจมีก๊าซพิษรั่วไหลออกมาจากโรงงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้ในช่วงเย็นวันเดียวกันทางการสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงทันที หลังเกิดเหตุระเบิดที่โรงกลั่นน้ำมันบริษัทพีเม็กซ์

ที่มา>>>Thairath

ทรัมป์-ฮิลลารี วิน-วิน! เฮลั่น ชนะเลือกตั้งขั้นต้นรัฐนิวยอร์ก

โดนัลด์ ทรัมป์ และฮิลลารี คลินตัน ดีใจสุดๆ …คว้าชัยเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวยอร์ก รัฐบ้านเกิดของทรัมป์ ขณะที่ฮิลลารี ก็เคยเป็น ส.ว.ที่รัฐนี้มาก่อน

เมื่อ 20 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน โดนัลด์ ทรัมป์ และฮิลลารี คลินตันสองผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคะแนนนิยมดีต่อเนื่อง คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้น แบบไพรมารี ที่รัฐนิวยอร์กเมื่อวันอังคารที่ 19 เม.ย. จากการนับคะแนนที่แล้วเสร็จเกือบ 95% ปรากฏว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เศรษฐีปากกล้า ชนะเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นรัฐบ้านเกิดของเขา มีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 ได้กว่า 60% เหนือเท็ด ครูซ และจอห์น แคซิช คู่แข่ง‘คนที่รู้จักผมดีที่สุดคือ คนนิวยอร์ก และการที่ชาวนิวยอร์กลงคะแนนเลือกผมเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ’ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อผู้สนับสนุนที่อาคาร ทรัมป์ ทาวเวอร์ ขณะที่ด้านนางฮิลลารี ก็คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวยอร์ก ซึ่งนางเคยเป็นวุฒิสมาชิกรัฐนี้ในช่วงปี 2544-2552 โดยได้คะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่ง ประมาณ 58% เหนือนายเบอร์นี แซนเดอร์ส คู่แข่งคนสำคัญ

ที่มา>>>Thairath

รบ.อินเดีย รีบแก้ข่าว! ยังต้องการเพชรโคอินูร์ประเมินค่ามิได้ คืนจากอังกฤษ

รบ.อินเดีย รีบออกแถลงการณ์ ยังต้องการได้เพชรโคอินูร์ประเมินค่ามิได้คืนจากอังกฤษ หลังรองอธิบดีอัยการอินเดียมาแปลก กล่าวต่อศาลสูงสวนทางความรู้สึกของชาวอินเดียทั้งประเทศ บอกเพชรล้ำค่าเม็ดนี้ไม่ได้ถูกขโมยหรือถูกบังคับให้แก่อังกฤษเสียหน่อย

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 59 สำนักข่าวบีบีซีรายงาน รัฐบาลอินเดียยังคงต้องการได้เพชรโคอินูร์ น้ำหนัก 105 กะรัต ที่มิอาจประเมินค่าได้ คืนจากทางการอังกฤษ ถึงแม้ นายรันชิต กุมาร รองอธิบดีกรมอัยการของอินเดีย ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวอินเดียเป็นอย่างมาก เมื่อเขาได้กล่าวต่อศาลสูงเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า เพชรโคอินูร์เลอค่าเม็ดนี้ไม่ได้ถูกขโมยหรือถูกบังคับเอาไปให้แก่ทางอังกฤษแต่อย่างใด

บีบีซี แจ้งว่า เมื่อวันอังคารที่ 19 เม.ย. กระทรวงวัฒนธรรมของอินเดีย ได้ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลอินเดียได้สั่งย้ำอีกครั้งให้พยายามทำทุกอย่างที่จะทำได้เพื่อนำเพชรโคอินูร์กลับคืนมา พร้อมระบุว่า คำให้การต่อศาลสูงของนายรันชิต รองอธิบดีกรมอัยการ ไม่ได้เป็นการแสดงความเห็นในนามของรัฐบาลอินเดียทั้งนี้ ตามประวัติ อดีตผู้ปกครองรัฐปันจาบ ในประเทศอินเดีย ได้มอบเพชรโคอินูร์ ขนาด 105 กะรัตให้แก่ บริษัท อีสต์ อินเดีย เพื่อเป็นของขวัญในปี ค.ศ. 1849 จากนั้น เพชรล้ำค่าเม็ดนี้ได้ถูกส่งมอบไปอยู่ในมือของทางการอังกฤษตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 และถูกนำไปประดับบนมงกุฏของพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ โดยปัจจุบัน ถูกนำไปแสดงที่ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน ขณะที่ได้มีการเรียกร้องเพื่อนำเพชรโคอินูร์กลับคืนมาสู่อินเดียอย่างต่อเนื่อง กระทั่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนกลุ่มหนึ่งในอินเดียได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐบาลอินเดียพยายามหาทางนำเพชรโคอินูร์สมบัติล้ำค่ากลับคืนสู่ประเทศ

ที่มา>>>Thairath

กิ๊บซี่ โกรธหน้ามืด! บุกตบ สายป่าน ราดแกงรดหัว

นี่เค้าเรียกว่าตบเช็ด!

นับวันยิ่งเผ็ดร้อนสำหรับซีรีส์ “Club Friday To Be Continued ตอนเพื่อนรัก เพื่อนร้าย” ที่ตอนนี้ กิ๊บซี่–วนิดา บุกมาซัด สายป่าน–อภิญญา ต่อหน้าคุณแม่ผู้ชายแบบไม่แคร์สื่อ!! เป็นฉากที่ ณัฐ (บี้–ทรรศภาคย์) พา เชอรี่ (สายป่าน) มากินข้าวในวันเกิดของ แม่ (หมู–พิมผกา) ที่บ้าน แต่ทุกอย่างสะดุด เมื่อ การ์ตูน (กิ๊บซี่) บุกมาอาละวาดตบตีแล้วยกชามแกงกะหรี่ร้อนๆ ราดหัว เชอรี่ พร้อมต่อว่าที่ เชอรี่ ฆ่าหมาของเธอจนตาย…‘บี้’ถึงกับเหวอ!

เข็ดมั้ยอีรี่?

ถ่ายทำที่บ้านบางขุนนนท์ ซอย 31 บทหนักที่ กิ๊บซี่ และ สายป่าน คนนึงบุกตบ ส่วนอีกคนโดนยำเละ ก่อนถ่ายสองสาวหลบมุมไปบิลต์อารมณ์ เริ่มถ่ายจริง บี้ มาอวยพรวันเกิดให้แม่ ตกใจเมื่อเห็น กิ๊บซี่ เลือดเต็มตัวเดินเข้ามาจากนั้นก็ตรงไปกระชาก สายป่าน ตบซ้ายตบขวาไม่ยั้งมือ ก่อนจะจับ สายป่าน กดหัวลงไปแนบกับโต๊ะแล้ว กิ๊บซี่ ก็คว้าชามแกงกะหรี่ร้อนๆที่ หมู เพิ่งยกออกมาวางราดลงบนหัว สายป่าน จนร้องลั่นด้วยความปวดแสบปวดร้อนอย่างแกต้องเอาแกงกะหรี่ราด!

กรรมการช่วยกันห้าม

บี้ และ หมู เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งเข้ามาห้าม แต่ กิ๊บซี่ ยังไม่หายโกรธด่าทอ สายป่าน ว่าโรคจิต แล้ว ปรี่จะเข้าไปจะตบอีก บี้ รีบเข้ามาคว้าตัว กิ๊บซี่ พร้อมไล่ให้กลับบ้านทำเอากิ๊บซี่ ร้องไห้เสียใจที่ บี้ ไม่ฟังเธอ แซ่บแถมร้อนสะท้านทรวงขนาดนี้ ห้ามพลาดคืนนี้ช่อง GMM 25.

ที่มา>>>Thairath

รถไฟชนรถเก็บขยะ ตกราง 4 ตู้ ที่สุราษฎร์ฯ ดับ 1 เจ็บ 7

(ขอบคุณภาพจาก ราชสีห์1)

ขบวนรถไฟที่ 447 สุราษฎร์ธานี-สถานีสุไหงโกลก ชนรถเก็บขยะ ตกราง 4 ตู้ท้าย เหตุเกิดบริเวณ สทล.ที่ 640 ระหว่างสถานีสุราษฎร์ฯ-สถานีเขาหัวควาย เบื้องต้น ผู้โดยสารดับ 1 เจ็บ 7รายรถขนขยะพังยับเยิน

สภาพตู้โบกี้ ที่ตกรางได้รับความเสียหาย

วันที่ 19 เม.ย. เมื่อเวลา 06.25 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนรถไฟที่ 447 วิ่งระหว่าง สถานีสุราษฎร์ธานี-สถานีสุไหงโกลก  ขณะขบวนวิ่งถึงจุดเกิดเหตุ ถนนจุดตัดทางรถไฟบริเวณสถานีเขาหัวควาย ม.4 ต.เขาหัวควาย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างสถานีสุราษฎร์ฯ-สถานีเขาหัวควาย เป็นทางผ่านมีเครื่องกั้นถนน มีคนควบคุม ได้ชนกับรถเก็บขยะ ทำให้ขบวนรถไฟตกราง 4 ตู้ท้ายขบวน และเบื้องต้น มีรายงานว่า พบผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้โดยสารรถไฟได้รับบาดเจ็บ จำนวน 7 ราย  ทำให้การสัญจรรถไฟต้องหยุดให้บริการชั่วคราว ทั้งนี้ จนท.กู้ภัย เร่งช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ และกำลังเร่งเคลียร์เส้นทางให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว สภาพรถขนขยะพลิกตะแคง หลังชนกับขบวนรถไฟ จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ขบวนรถที่ 447 ตกราง
ร่างผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุรถไฟชนรถเก็บขยะ ตกราง ที่ สุราษฎร์ธานี

ล่าสุด ทราบชื่อผู้เสียชีวิต เป็นคนขับรถขยะ คือ นายปองพล แซ่ลิ้ม อายุ 44 ปี ส่วนรายชื่อผู้บาดเจ็บ จำนวน 7 ราย มีดังนี้

1.ชาย ยังไม่ทราบชื่อ อายุ 23 ปี 2.นายธานินทร์ ทรงกลด อายุ 25 ปี 3.นายพิน นันทนนท์ แขนและขาซ้ายผิดรูป 4.นายเสกสรร เกิดสบาย อายุ 22 ปี 5.นางสุชาดา ทรงกลด อายุ 60 ปี เลขที่ 160/48 หมู่ 2 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง สุราษฎร์ธานี  6.นายกัมปนาท ทรงกลด  และ 7.ด.ช.นที ศรีนวล อายุ 2 ขวบ

ที่มา>>>Thairath

ดับเกือบยกครัว 3 ศพ สาหัส 1 เก๋งเสยต้นไม้เกาะกลางถนนพหลฯขาล่อง

ภาพจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บรรพตพิสัย

หนุ่มใหญ่ขับเก๋ง พาคนในครอบครัวนั่งมาด้วย รวม 4 ชีวิต ไถลชนต้นไม้บนเกาะกลางถนนพหลโยธินขาล่อง พื้นที่ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ดับเกือบยกครัว 3 สาหัส 1…

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 เม.ย.59 พ.ต.ท.กันตินันท์ รุ่งฉัตร รองสาวัตร (สอบสวน) สภ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนต้นไม้เกาะกลางถนนพหลโยธินล่อง(เข้ากรุงเทพฯ) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 384-385 ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ มีผู้ติดอยู่ภายในจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมกู้ชีพโรงพยาบาลบรรพตพิสัยพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน กฉ 8051 นครสวรรค์ สภาพด้านหน้าชนติดอยู่กับต้นไม้ใหญ่ภายในเกาะกลางถนน โดยมีผู้ติดอยู่ภายในรถโดยได้เร่งช่วยชีวิต เพื่อนำส่งโรงพยาบาล พบว่ามีเสียชีวิต 3 คน ประกอบด้วย นายวัชร วังชากร อายุ 46 ปี เป็นผู้ขับขี่ นางแสงดา วังชากร อายุ 46 ปี และด.ช.วัชรดิษฐ วังชากร อายุ 10 ปี ทั้งหมดอยู่บ้านเลขที่ 221/29 ม.10 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์นอกจากนี้ เจ้าหน้าได้ยังช่วยกันงัดนำคนเจ็บอีก 1 คนส่งโรงพยาบาลบรรพตพิสัย ชื่อนายวัชระดล วังชากร อายุ 15 ปี ซึ่งมีอาการสาหัส โดยจะสอบสวนหาสาเหตุให้การเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

รวบหนุ่มพม่า ฆ่าโหดเพื่อนรวมชาติ ขวานจามหัว-หนังสติ๊กยิงซ้ำดับคากระท่อม จ.ตาก

ตร.สภ.พบพระ ตามรวบแรงงานพม่าโหด คว้าขวานจามหัวเพื่อนร่วมงานสัญชาติเดียวกัน ก่อนใช้หนังสติ๊กยิงซ้ำตายคากระท่อม ก่อนเตรียมหลบหนีไปฝั่งเมียนมา สารภาพเมาสุรา และเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรง

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.พิพัฒน์ ฤทธิ์อ่องรักษ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พบพระ จ.ตาก ได้รับแจ้งเหตุมีคนงานชาวเมียนมาถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ที่หมู่บ้านผากะเจ้อ หมู่ที่ 9 ต.พบพระ จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร และ เจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่เกิดเหตุอยู่ในกระท่อมกลางไร่แตงกวา พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อ นายกะลา อายุ 45 ปี สัญชาติเมียนมา สภาพถูกจามด้วยขวานที่บริเวณศีรษะ และตามลำตัวนับสิบแผลนอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่บนแคร่ นอกจากนี้ตรวจสอบภายในกระท่อมพบร่องรอยการต่อสู้ ที่ข้างกระท่อมพบขวานยาวประมาณ 1 ฟุต ที่ใช้ก่อเหตุเปื้อนเลือดตกอยู่ รวมทั้งหนังสติ๊กพร้อมลูกหินที่เปื้อนเลือดตกอยู่เช่นกัน ส่วนคนร้ายทราบชื่อต่อมาคือนายเต็งปู อายุ 39 ปี ชาวเมียนมา เป็นคนงานก่อสร้างด้วยกันหลังจากเกิดเหตุแล้วได้หลบหนีไป

ลูกหินที่เปื้อนเลือดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามลูกชายของนายเต็งปู ผู้ก่อเหตุยอมรับว่า ผู้เป็นพ่อได้นั่งดื่มสุรากับนายกะลา จนรุ่งเช้า และเกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน ก่อนที่นายเต็งปูจะใช้ขวานจามศีรษะ และตามลำตัวนายกะลาจนเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนหลบหนีไปฝั่งเมียนมาที่บ้านชิบาโบ

ลูกหินที่เปื้อนเลือดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

ต่อมา เมื่อเวลา 15.30 น. พ.ต.ท.ศิริวัฒน์ กุมสันเที๊ยะ รอง ผกก.สส. สภ.พบพระ พ.ต.ท.นพดลจันทร์ศรี สารวัตร(สืบสวน) พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.พบพระ นายรัตนกุล สังขศิลา ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอพบพระ ร่วมกันจับกุมตัวนายเต็งปู ได้ที่บริเวณชายแดนบ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ ตรงข้ามบ้านชิบาโบ ของประเทศเมียนมา โดยนายเต็งปู รับสารภาพว่านั่งดื่มสุราด้วยกันจนเมาและเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนใช้ขวานจามที่หัวและลำตัวนับสิบแผล จากนั้นยังใช้หนังสติ๊กยิงไปอีกหลายลูกกระทั่งนายกะลาเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณกระท่อมกลางไร่แตงกวา ก่อนนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พบพระ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

นทท.ทยอยเข้าพื้นที่สมุย คาดสงกรานต์คึกคัก

อ.เกาะสมุย ก่อนเทศกาลสงกรานต์คึกคัก นักท่องเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการัง เยี่ยมชม เกาะแก่ง ซึ่งเป็นเกาะบริวารของเกาะสมุย อย่างเช่น เกาะแตน และเกาะมัดสุมมากขึ้น

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 เม.ย. 59 บรรยากาศการท่องเที่ยว ก่อนเทศกาลสงกรานต์บนเกาะสมุยเริ่มมีความคึกคัก โดยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเที่ยวชมกันอย่างต่อเนื่องตลอดวัน

นายจงรัก มีเดช ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย กล่าวว่า บรรยากาศท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยก่อนเทศกาลสงกรานต์เริ่มคึกคัก โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการัง และเยี่ยมชม เกาะแก่ง ซึ่งเป็นเกาะบริวารของเกาะสมุย อย่างเช่น เกาะแตน และเกาะมัดสุมมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการการท่องเที่ยวยังได้แนะนำนักท่องเที่ยวว่านอกจากความสวยงามตามธรรมชาติบนเกาะสมุยแล้ว ยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวในเกาะใกล้เคียง ซึ่งสามารถเดินทางเช้าไป เย็นกลับ หรือพักค้างคืน“คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยเป็นจำนวนมาก ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย อย่างเช่น หินตา หินยาย ก็ยังคงได้รับความนิยม มีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องตลอดวัน ซึ่งจะเป็นการกระจายรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกได้เป็นอย่างดี คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยเป็นจำนวนมาก” นายจงรัก กล่าว

ที่มา>>>Thairath

ชาวไทยในสวิตเซอร์แลนด์ร่วมงานสงกรานต์คึกคัก

สาวไทยในสวิตเซอร์แลนด์ร่ายรำกันอย่างสนุกสนาน

วัดศรีนครินทรวราราม ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จัดงานวันสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ ชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 2,000 คน เข้าร่วมงานสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีไทย ด้วยความเพลิดเพลินสนุกสนาน และอิ่มหนำสำราญกับอาหารไทย ท่ามกลางความประทับใจ

นายนพปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เป็นประธานในงาน

นางอรัญญา บุ๊ค ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รายงานว่า วัดศรีนครินทรวราราม เมืองเกรทเซนบาค รัฐโซโลทูร์น ซึ่งเป็นวัดสำคัญของชาวไทยในประเทสสวิตเซอร์แลนด์ ได้จัดงานประเพณีสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2559 มีข้าราชการไทย ชุมชนชาวไทยและชาวต่างชาติไปร่วมงานกันอย่างเนืองแน่นกว่า 2,000 คน

ชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมตักบาตรเริ่มกิจกรรมช่วงเช้ามีพิธีทำบุญตักบาตร โดยมีนายนพปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เป็นประธานในพิธี และ พระครูกิตติธรรมวิเทศ รักษาการเจ้าอาวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ออกบิณฑบาตและเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นเปิดโอกาสให้ผู้ไปร่วมงานได้สรงน้ำพระสงฆ์และพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะร่วมรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุตามประเพณีไทยเข้าแถวรอตักบาตรกันอย่างอิ่มเอิบบุญนอกจากนี้ผู้ไปร่วมงานยังได้สนุกสนานกับการร่วมขบวนรำกลองยาว แห่ต้นผ้าป่าไปถวายพระภิกษุ พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับชมการแสดงรำไทย ร่วมก่อกองทรายปักธง ปักพวงมโหตรตามประเพณีพื้นบ้านแบบโบราณ และอิ่มอร่อยกับอาหารไทย สร้างความประทับใจแก่ชาวต่างประเทศที่เข้าร่วมงาน และสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีไทยผู้ไปร่วมงานร่วมสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์รดน้ำขอพรผู้ใหญ่สรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคลรำแห่ผ้าป่าคนอุ้มต้นผ้าป่าด้วยความอิ่มเอิบบุญกลองยาวแห่นำขบวนผ้าป่าอย่างสนุกสนาน

ชาวไทยและชาวต่างประเทศไปร่วมงานกว่า 2,000 คน

ที่มา>>>Thairath

รับสร้างบ้านอุดร Modernde ผลงานมากกว่า 300 โครงการ

รับสร้างบ้านอุดร Modernde ผลงานมากกว่า 300 โครงการ
บริษัท โมเดิร์นดี รับสร้างบ้านอุดร โซนภาคอีสาน และจังหวัดไกล้เคียง สร้างความแตกต่างที่เป็นคุณ “Make It Different” จากประสบการณ์ กว่า 20 ปี เราให้บริการ ครบวงจร ทั้งออกแบบ ตกแต่ง อื่นๆ โดยทีมงานที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ซึ่งดำเนินนโยบาย ภายใต้แนวคิด “The Different 4” เราเน้นความรับผิด ชอบต่องาน และความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา พิสูจน์ได้ด้วยรางวัล สุดยอดผู้รับเหมาบิลด์ Golden Contractor 2014 และผลงานการก่อสร้างอาคารอีกมากมาย กว่า 300 โครงการ จึงทำให้ท่านสามารถมั่นใจได้ว่า เราคือผู้ที่ควรถูกเลือกให้สร้างบ้านหลังโปรด ของคุณ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ดูผลงานการ รับสร้างบ้านอุดร
http://www.modern-de.com/