แจ้งจับ ‘บอย หนองหลอด’ ขาใหญ่อุดรฯ ไล่ฟันถูกหน้า ด.ญ. 4 ขวบ สาหัส

 

ผัวเมียที่อุดรธานีขึ้นโรงพักแจ้งความ ถูกคู่กรณีขาใหญ่ในหมู่บ้าน ฉายา ‘บอย หนองหลอด’ เพิ่งออกจากคุก ใช้มีดสปาต้า 2 เล่ม ไล่ฟัน ขณะขี่ จยย. ผัวหลบได้มีดจึงไปโดนลูกสาววัย 4 ขวบ ที่นั่งมาด้วย หน้าเหวอะ บาดเจ็บสาหัส…

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 มี.ค. 59 ขณะที่ ร.ต.อ.อรรคพล ยี่เกาะ รอง สว.สส สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก ได้มี นายทินกร เทศนอก อายุ 22 ปี น.ส.อรสา สุตรีขัน อายุ 20 ปี สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 17 ต.หนองหลอด อ.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี แจ้งว่าลูกสาวตนอายุ 4 ขวบ ถูกชายวัยรุ่นชื่อ นายบอย ฉายา ‘บอย หนองหลอด’ อายุ 19 ปี อยู่บ้านหนองหลอด ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี ใช้มีดสปาต้าฟันได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ถนนกลางหมู่บ้านหนองหลอด ต.เชียงยืน เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา

นายทินกร ให้การว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม น้องชายตนได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนายบอย ที่ทำตัวเป็นขาใหญ่ ตนจึงไปสอบถามเรื่องราว และปรับความเข้าใจกับ นายบอย ซึ่งเคยติดคุกข้อหาทำร้ายร่างกาย และเพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำเพื่อให้ยุติเรื่องบาดหมางกัน หลังจากนั้นก็คิดว่าปรับความเข้าใจกันได้แล้ว แต่ต่อมาเย็นวันที่ 25 มีนาคม ขณะที่ตนขี่รถจักรยานยนต์ มีลูกสาว และภรรยาซ้อนท้ายไปหาญาติที่บ้านหนองหลอด โดยลูกสาวนั่งกลาง ภรรยานั่งหลังสุด ผ่านหน้าบ้านนายบอย

ขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไป นายบอยได้ถือมีดสปาต้า 2 เล่ม วิ่งออกมาไล่ฟันตนถูกที่หัวไหล่แต่ไม่เข้า นายบอยฟันอีกครั้ง คราวนี้ตนหลบได้ มีดจึงไปถูกใบหน้าของลูกสาวทางด้านซ้าย เป็นบาดแผลฉกรรจ์จากโหนกแก้มถึงใบหู ก่อนที่ นายบอย จะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ส่วนตนและภรรยาได้นำลูกสาว ส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แพทย์ได้ทำการรักษาเย็บบาดแผลให้ ซึ่งอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และมาแจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามจับ นายบอย มาดำเนินคดีให้ด้วย

หลังได้รับแจ้ง ตำรวจได้ไปตรวจสอบที่บ้านนายบอย ทราบว่าหลังก่อเหตุฟันถูกเด็กวัย 4 ขวบ นายบอยได้หลบหนีเข้ากรุงเทพฯ แล้ว.

ที่มา>>>Thairath

อุบลฯ พร้อมจัดซีเกมส์ 100% หากถึงคิวประเทศไทยในอนาคต

 

จังหวัดอุบลราชธานีโชว์ศักยภาพเดินเกมรุก พร้อมจะเป็นเมืองหลักในการจัดกีฬาซีเกมส์ หากถึงคิวประเทศไทยในอนาคต ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ลุยเอง ขอข้อเสนอแนะจาก กกท. ยืนยันจังหวัดมีความพร้อมทุกด้าน ขณะที่ สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. ชมการทำงานของอุบลราชธานียอดเยี่ยม แนะให้ทำเป็นแผนชัดเจนเข้ามา ส่วนในท้ายที่สุดจะได้รับเลือกหรือไม่ คณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้ชี้ขาดเลือกต่อไป

ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นำคณะทำงานโครงการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปี 2025 (พ.ศ.2568) เข้าพบนายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อหารือแนวทางการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปี 2025 (พ.ศ.2568) ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 7 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา กกท. เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2559

ดร.สมศักดิ์กล่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี และหน่วยงานกีฬาในจังหวัดอุบลราชธานี ได้เสนอแนวคิดสนับสนุนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับมหภาค ตามนโยบายประชารัฐและยุทธศาสตร์จังหวัด ให้จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเวทีการกีฬาแห่งเอเชียน เพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าการลงทุนโดยเน้นกิจกรรมการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจุดแข็งของจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประชาคมอาเซียน มีระบบการคมนาคมที่สะดวก ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งเชิงวัฒนธรรม และเชิงธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลก รวมทั้งมีสถานที่พักรับรองนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก มีสนามกีฬามาตรฐานระดับชาติและนานาชาติ อีกทั้งยังมีบุคลากรด้านการกีฬาผู้มีประสบการณ์ในการจัดการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ระดับชาติและระดับนานาชาติจำนวนมาก

ในรอบทศวรรษที่ผ่านมาจังหวัดอุบลราชธานีได้ผ่านประสบการณ์การจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติและระดับนานาชาติมาแล้วหลายครั้ง ด้วยศักยภาพดังกล่าวนี้ จึงได้จัดโครงการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปี 2025 (พ.ศ.2568) และขอคำแนะนำขั้นตอนการเสนอตัวต่างๆจาก กกท. เพื่อเตรียมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มฆ่าหมา เจอคุก 14เดือน

ศาลรอลงอาญา2ปี!เจ้าตัวยอมสำนึกผิดไม่อุทธรณ์คำตัดสิน

หนุ่มฆ่าหมา

ศาลตัดสินจำคุก 14 เดือน ปรับ 7,500 บาท แต่ยังปรานีโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี หนุ่มเลือดร้อนยิงหมาตาย รับทำไปด้วยอารมณ์โมโหและความแค้นเหตุถูกไล่กัดเป็นประจำ น้อมรับคำตัดสิน พร้อมปรับปรุงตัวเอง เป็นอุทาหรณ์กับผู้ที่ชอบทารุณ กรรมสัตว์

ศาลพิพากษาหนุ่มอารมณ์ร้อน ใช้อาวุธปืนยิงสุนัขเสียชีวิต เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ศาลอาญา ศาลมีคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวิชา บุญลือลักษณ์ จำเลยในความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ ฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกข์เวทนา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืน คดีนี้โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2558 เวลากลางคืน จำเลยมีอาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด ไม่มีหมายเลขทะเบียน พร้อมกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดอีกหลายนัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกอาวุธดังกล่าวติดตัวไปตามถนนสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้อาวุธปืนยิงสุนัขสีขาวดำ หลายนัด กระสุนปืนถูกบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้างของสุนัข เป็นเหตุให้ขาทั้ง 4 ข้างเป็นอัมพาต มีเลือดไหลออกในปอดจำนวนมาก ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สาขาลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กทม.

โดยนายวิชา จำเลยพร้อมทนายความ เดินทางมาศาลอาญา โดยมี น.ส.ภณิตา สุนทรัตต์ อายุ 47 ปี ผู้เข้าแจ้งความและดูแลสุนัขตัวดังกล่าว เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้แม้จำเลยจะอ้างว่าได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แต่ก็ไม่ได้นำสืบให้ จำเลยเบิกความกล่าวอ้างเพียงลอยๆว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียน และยังอ้างเหตุที่ไม่ได้นำอาวุธปืนส่งพนักงานสอบสวน เพราะเกรงจะถูกขอขมาต่อกลุ่มพิทักษ์สัตว์ ทำให้เป็นข่าวดัง ในชั้นสอบสวนพบว่าจำเลยมีบุคคลใกล้ชิดไปเข้าฟังการสอบสวน ซึ่งขณะนั้นจำเลยสามารถที่จะนำอาวุธปืนของกลางและหลักฐานต่างๆมามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ แต่จำเลยไม่ได้ดำเนินการ ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนัก กรณีนี้จึงฟังได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย การที่จำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงสุนัขให้ได้รับความทรมาน จึงเป็นความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานยิงอาวุธปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือในที่ชุมชน

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ พ.ศ.2557 มาตรา 20 และ 31 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้จำคุก 8 เดือน ปรับ 4,000 บาท ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน ปรับ 2,000 บาท ฐานกระทำทารุณกรรมสัตว์ จำคุก 6 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง รวมโทษจำคุกเป็นเวลา 14 เดือน และปรับ 7,500 บาท ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี พร้อมให้คุมความประพฤติจำเลยเป็นเวลา 1 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติจำนวน 4 ครั้ง และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 12 ชั่วโมง

ภายหลังนายวิชากล่าวว่า ยอมรับคำพิพากษาของศาลทุกอย่างและคงไม่อุทธรณ์คดีแล้ว ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เคยถูกสุนัขตัวดังกล่าวไล่กัด ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลายครั้ง รวมทั้งคนอื่นๆก็เคยโดนมาด้วย ในวันเกิดเหตุก็ถูกสุนัขวิ่งไล่กัดอีก ตนจึงทำไปเพราะเกิดความโมโห ตนขอโทษต่อสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมจะปรับปรุงตัวเองและบำเพ็ญประโยชน์ตามที่ศาลพิพากษา ด้าน น.ส.ภณิตา กล่าวว่า พอใจคำพิพากษา ซึ่งจะเป็นบทเรียนให้กับสังคม ตลอดเวลา 1 ปีเศษ ของการพิจารณาคดีตนคิดว่านายวิชาคงได้รับบทเรียน อยากฝากถึงสังคมและคนที่คิดจะทารุณกรรมสัตว์ ให้คิดว่าผิดกฎหมาย การสั่งสอนสัตว์เล็กๆ น้อยๆ ตามสมควรคงไม่มีปัญหา แต่หากลงโทษให้สัตว์ถึงแก่ความตาย คิดว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ

ที่มา>>>Thairath

เจาะเลือดเสี่ยเบนซ์ ตรวจหาสารเสพติด

เสี่ยเบนซ์

สั่งสอบปากคำเจ้าหน้าที่ด่านเก็บเงินทางด่วนเป็นพยานบุคคลมัดตัวเสี่ยซิ่งเบนซ์คร่าชีวิต 2 นิสิต ปริญญาโท มจร. พร้อมประสานกับโรงพยาบาลเจาะเลือดผู้ต้องหาเพื่อหาสารเสพติด ส่วนเรื่องความเร็วของรถยังไม่มีหนังสือยืนยันจาก พฐ. แต่ไม่หนักใจเพราะสามารถพิสูจน์ได้หลายทางสังคมยังจับตามองคดีเสี่ยเบนซ์ซิ่งท้านรกชนขยี้รถคู่กรณีไฟลุกท่วมคร่าชีวิตนายกฤษณะ ถาวร อายุ 32 ปี คนขับ และเป็นนิสิตปริญญาโท คณะพุทธ- ศาสตร์ สาขาสันติภาพ ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กับ น.ส.ธันฐภัทร หรือเบนซ์ ฮ้อแสงชัย อายุ 34 ปี นิสิตปริญญาโทที่เดียวกัน 2 ศพ เหตุเกิดที่ถนนพหลโยธิน กม.533 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา แม้ว่าเหยื่อทั้งสองได้ทำพิธีพระราชทานเพลิงศพไปแล้ว แต่ยังสร้างความเศร้าสลดให้กับพ่อแม่และญาติพี่น้องที่ยังทำใจไม่ได้

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 มี.ค. พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้สอบพยานไปมากกว่า 20 ปากแล้ว ยังเหลืออีกบางส่วนที่กำลังประสานอยู่คือเจ้าหน้าที่ประจำด่านเก็บเงินในวันเกิดเหตุ อาทิ ด่านพระราม 4 ด่านดอนเมือง ด่านดินแดง เป็นต้น พร้อมกันนี้พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือแจ้งให้นายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหา เพื่อขอเจาะเลือดและประสานกับ รพ.สมิติเวชที่รักษาตัวผู้ต้องหาให้เจาะเลือดผู้ต้องหาแล้วแต่ยังไม่ทราบผล สาเหตุที่ต้องเจาะเลือดเพราะเป็นประเด็นสำคัญให้การหาสารเสพติดเพราะทั้งมีกฎหมายรองรับด้านความผิดฐานขับรถประมาทหรือมีสารเสพติด

ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวอีกว่า สำหรับความเร็วรถเบนซ์ที่มีรายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐานเก็บพยานหลักฐานจากรถพิสูจน์ความ เร็วได้ประมาณ 220-250 กม./ชม. แต่ยังไม่มีหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการอาจเป็นข่าวคาดเดามากกว่าแต่พนักงานสอบสวนไม่ได้หนักใจประเด็นนี้เพราะเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสามารถพิสูจน์ความเร็วจากแอร์แบ็กที่แตกออกมาได้ว่ามีความแรงและเร็วเท่าไหร่ รวมทั้งจากกล้องในรถของพยานที่เห็นเหตุการณ์ และกล้องจากโซเชียลสามารถคำนวณหาความเร็วได้เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เปิดเผยถึงผลการตรวจยาของ รพ.สมเด็จเจ้าพระยาที่พบภายในรถเบนซ์ของนายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหาว่าได้รับผลการตรวจจาก รพ.สมเด็จเจ้าพระยาแล้ว เบื้องต้นพบเป็นสารที่ออกฤทธิ์ทางประสาทแต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสารประเภทใด โดยนายเจนภพ มีประวัติการรักษาโรคซึมเศร้าที่โรงพยาบาลดังกล่าวซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาอาจใช้ช่องทางนี้เป็นข้อต่อสู้ในคดี แต่ ผบ.ตร.ยืนยันตรงนี้ไม่กังวล ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการกฎหมาย

ที่ สน.ทางด่วน 2 นายณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) มอบอำนาจให้นายธนรัตน์ ยศวิมล หัวหน้าแผนกวินัย รักษาการ ผอ.กองนิติการ กทพ. เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน 2 เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ครอบครองรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากวันที่ 13 มี.ค.2559 เวลาประมาณ 10.45 น. รถคันดังกล่าวใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานครมุ่งหน้าดินแดงโดยเข้าทางด่วนเก็บเงินพระรามที่ 4 ช่องเก็บเงินอัตโนมัติหรืออีซีพาส ตู้ที่ 2 โดยผู้ขับขี่ไม่ได้ติดบัตรอีซีพาสไว้ที่กระจกแต่ใช้วิธีลดกระจกรถแล้วยกบัตรขึ้นผ่านไปแต่เครื่องยังไม่ได้ตัดเงิน คนขับได้เหยียบคันเร่งชนไม้กั้นขับหนีไปถือเป็นการขับขี่โดยประมาทหรือหวาดเสียวอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินได้จึงมาแจ้งความดำเนินคดี

ที่มา>>>Thairath

สั่งกรมคุมประพฤติ ติดต่อ แพรวา หาข้อยุติบำเพ็ญประโยชน์

 * สั่งกรมคุมประพฤติ ติดต่อ แพรวา หาข้อยุติบำเพ็ญประโยชน์ *

แพรวา 9 ศพ

พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา สั่ง อธิบดีกรมคุมประพฤติ ติดต่อ แพรวา รถตู้ 9 ศพ หาข้อยุติเงื่อนไขบำเพ็ญประโยชน์ ยันไม่ต้องรอคำวินิจฉัยศาล 21 มิ.ย. นี้ ชี้คนละประเด็นกับเรื่องร้องผู้ตรวจฯ ถูกข่มขู่ ลวนลาม

วันที่ 24 มีนาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการบำเพ็ญประโยชน์ของ น.ส.แพรวา (สงวนนามสกุล) อดีตเยาวชนที่ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้สายธรรมศาสตร์ รังสิต-หมอชิต จนทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 9 รายว่า ตนได้ให้ พ.ต.อ. ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ ไปติดต่อต่อกับครอบครัวเพื่อพูดคุยถึงประเด็นที่เกิดขึ้น หาก น.ส.แพรวา ไปบำเพ็ญประโยชน์จริงก็น่าเห็นใจ เพราะว่าการพูดคุยต้องการมีการชี้แจงและแจ้งรายละเอียดให้ทราบ เพื่อให้เข้าใจกฎเกณฑ์ตรงกัน เนื่องจากอธิบดีกรมคุมประพฤติต้องเป็นคนเซ็นอนุมัติในเรื่องนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่ให้เสียระบบที่เคยเป็นมา เพราะยังมีผู้ที่ถูกคุมประพฤติอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องเป็นมาตรฐานเช่นเดียวกับบุคคลอื่น

ขณะเดียวกันได้ขอให้ติดต่อ น.ส.แพรวา เพื่อเข้ามาพูดคุยถึงขั้นตอนเกี่ยวกับทำงานบริการสังคมเพื่อให้ได้ข้อยุติ โดยขั้นตอนดังกล่าวไม่จำเป็นต้องรอผลการวินิจฉัยของศาลในวันที่ 21 มิถุนายนนี้

สำหรับประเด็นที่ได้มีการร้องไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่าถูกข่มขู่ ลวนลาม พล.อ. ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนได้สั่งให้สอบข้อเท็จจริงแล้ว ยืนยันว่าเป็นคนละประเด็นกัน แต่สิ่งใดที่ไม่ดีก็ต้องแก้ไข

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้, สปริงนิวส์

เร่งดับไฟป่าลามจาก สปป.ลาว ขึ้นภูชี้ฟ้า พร้อมเฝ้าระวังอีก 24 ชั่วโมง

 * เร่งดับไฟป่าลามจาก สปป.ลาว ขึ้นภูชี้ฟ้า พร้อมเฝ้าระวังอีก 24 ชั่วโมง *

ภูชี้ฟ้า ไฟไหม้

ภูชี้ฟ้า ไฟไหม้

เร่งดับไฟป่าลามจาก สปป.ลาว ขึ้นภูชี้ฟ้า ใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมงจึงควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ด้านผู้ว่าฯ เชียงรายสั่ง ห้ามชาวบ้านจุดไฟเผาป่าเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559 ได้มีการเผยแพร่ภาพไฟป่าที่ลุกลามขึ้นยอดภูชี้ฟ้า บริเวณชายแดนไทย-สปป.ลาว โดย นายสราวุธ ค้อมคำพันธ์ หน้าสถานีควบคุมไฟป่าภูชี้ฟ้า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยจัดการต้นน้ำหงาวงาว วนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า รวมทั้งชาวบ้านจากบ้านร่มฟ้าไทย ต.ตับเต่า อ.เทิง และบ้านห้วยหานบ้านร่มฟ้าทอง ต.ปออ.เวียงแก่น ร่วมกันดับไฟป่าที่เกิดขึ้นจากฝั่ง สปป.ลาว แล้วลุกลามเข้ามายังภูชี้ฟ้า เป็นแนวยาวเกือบ 1 กิโลเมตร โดยได้มีการควบคุมตามแนวกันไฟที่ได้ดำเนินการจัดทำไว้ก่อนหน้านี้ ใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมติดตามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และเช้าวันรุ่งขึ้น (23 มีนาคม) จะมีการสำรวจความเสียหายอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ป่าฝั่งไทยยังถือว่าปกติไม่เกิดความเสียจากไฟป่า

มีรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับภาพที่มีชาวเน็ตบางส่วนแชร์ส่งต่อกัน โดยเห็นภาพทางไฟยาว ๆ ลุกไหม้อยู่บนภูชี้ฟ้า พร้อมกับบอกว่าเกิดจากฝีมือชาวบ้านเผาป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพด จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง แต่แนวไฟดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ได้วางแผนและจุดขึ้นเพื่อใช้เป็น “แนวกันไฟ” ไม่ได้เกิดจากฝีมือชาวไร่ข้าวโพดตามที่แชร์กัน

อ่านเพิ่มเติม เร่งดับไฟป่าลามจาก สปป.ลาว ขึ้นภูชี้ฟ้า พร้อมเฝ้าระวังอีก 24 ชั่วโมง

รวบแล้ว 1 ในผู้ต้องหา เหตุแก๊สรั่ว SCB Park พบเป็นระดับผู้บริหาร

 * รวบแล้ว 1 ในผู้ต้องหา เหตุแก๊สรั่ว SCB Park พบเป็นระดับผู้บริหาร *

ผู้ต้องหาแก๊สรั่ว scb

ตำรวจรวบตัว 1 ในผู้ต้องหา เหตุแก๊สไพโรเจนรั่ว SCB Park พบเป็นระดับผู้บริหารบริษัทที่เกี่ยวข้อง เตรียมนำตัวมา สน.พหลโยธิน ส่วนอีกรายอยู่ระหว่างการติดตามตัว

จากกรณีที่อาคารเอสซีบี ปาร์ค (ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่) ได้เกิดเหตุถังดับเพลิงชนิดพิเศษขัดข้อง ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันจำนวนมาก ซึ่งเป็นสารเคมีสลายก๊าซออกซิเจนที่เรียกว่า “ไพโรเจน” ได้รั่วไหลออกมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 7 ราย

ล่าสุด วันที่ 15 มีนาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 นำเสนอความคืบหน้าเหตุแก๊สไพโรเจนรั่ว เอสซีบี ปาร์ค ว่า วานนี้ (14 มีนาคม) พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมายัง สน.พหลโยธิน เพื่อประชุมความคืบหน้ากรณีดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า เบื้องต้น ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาแล้วทั้งหมด 2 คน ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีกหลายราย

และในส่วนของการสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญพยานมาสอบปากคำแล้วกว่า 10 ปาก โดยทั้งหมดให้การสอดคล้องกันและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของคดีได้

ในเวลาต่อมา พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีนี้ได้แล้ว 1 ราย ทราบชื่อคือ นายอดิศร โพคา ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และกำลังนำตัวไปยัง สน.พหลโยธิน ส่วนผู้ต้องหาอีกรายยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว

ภาพจาก จส.100

ฉาว ! หนุ่มเจอจับ หลังก่อเรื่องสุดเอือม มีเซ็กส์กับผู้เยาว์บนห้องน้ำเครื่องบิน

 * ฉาว ! หนุ่มเจอจับ หลังก่อเรื่องสุดเอือม มีเซ็กส์กับผู้เยาว์บนห้องน้ำเครื่องบิน *

มีเซ็กบนเครื่องบิน

หนุ่มอเมริกันวัย 27 ถูกตำรวจสนามบินรวบ หลังแอบมีเพศสัมพันธ์กับสาววัยรุ่นที่อายุไม่ถึง 18 ปี ในห้องน้ำขณะกำลังโดยสารเที่ยวบินในประเทศ

วันที่ 14 มีนาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ เปิดเผยว่า นายแจสเปอร์ การ์ซินสกี วัย 27 ปี ถูกตำรวจสนามบินรวบตัวทันทีที่เครื่องลงจอด หลังได้รับแจ้งว่าชายคนดังกล่าวก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศและพรากผู้เยาว์ ขณะกำลังโดยสารเครื่องบินของสายการบินเดลตา เที่ยวบินในประเทศจากเมืองฟีนิกส์ รัฐแอริโซนา มุ่งหน้าสู่เมืองซอล์ทเลกซิตี รัฐยูทาห์

มีเซ็กบนเครื่องบิน

นายการ์ซินสกี นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาบริหารธุรกิจจากรัฐแอริโซนา ถูกจับได้ว่าแอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาววัย 16 ปีในห้องน้ำของเครื่องบิน หลังเด็กสาวเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องว่า เธอกับเขาเพิ่งมีเซ็กส์กันไปหมาด ๆ

เมื่อนักบินทราบเรื่องดังกล่าว จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เตรียมกำลังจับกุมนายการ์ซินสกีได้ทันทีที่เครื่องลงจอด เป็นเหตุให้เขาถูกรวบตัวทันควันโดยเจ้าหน้าที่เมืองซอลท์เลกซิตี และถูกดำเนินคดีฐานล่วงละเมิดทางเพศกับผู้เยาว์

ภาพจาก SALT LAKE CO. SHERIFF’S OFFICE, bajurtov

ทุ่มสุดตัว! ‘เวลส์’ สั่งห้ามนักเตะพบหวานใจเกมรอบแรก

เลลส์

กุนซือทัพมังกรแดง ประกาศห้ามนักเตะพบกับครอบครัว ในช่วงทำศึกรอบแรก ศึกยูโร 2016 เพราะต้องการให้ทุกคนมุ่งสมาธิไปที่แข่งขันในสนามเท่านั้น แต่จะได้พบหน้าคนรักอีกครั้ง หากผ่านเข้าสู่รอบ 2 ได้สำเร็จ…

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 22 มี.ค. ว่า คริส โคลแมน ผู้จัดการทีมชาติเวลส์ประกาศกฎเหล็กสั่งห้ามบรรดานักเตะ พบกับภรรยาหรือแฟนสาวของตัวเอง ระหว่างการเข้าแคมป์เก็บตัวทำศึกยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่ถ้าเหล่าแข้งมังกรแดงสามารถกรุยทางเข้าสู่รอบ 2 ได้ ก็สามารถพบได้ทันที

ทีมชาติเวลส์ ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมโม่แข้งในรายการระดับเมเจอร์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลกปี 1958 และจะเดินทางเข้าแคมป์เก็บตัวสู้ศึกฟุตบอล ยูโร 2016 รอบสุดท้าย ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ที่บริตตานี รีสอร์ต เมืองดินาร์ บริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของฝรั่งเศส

ล่าสุด โคลแมน กุนซือใหญ่ทัพมังกรแดง ออกมาประกาศกฎเหล็กให้กับเหล่านักเตะได้ทราบว่า จะต้องอยู่ห่างจากคนรักตลอดช่วงการเก็บตัว และการลงเล่นในรอบแรกอย่างแน่นอน แต่กฎดังกล่าวจะถูกผ่อนปรนทันที หากสามารถกรุยทางเข้าสู่รอบ 2 ได้สำเร็จ

“เรามี 3 เกมสำคัญรออยู่ในรอบแรก และจะไม่มีการพบกับครอบครัวหรือภรรยาระหว่างการลงแข่งขันรอบแรก เพราะเรามี 3 เกม ใน 10 วัน ฉะนั้นเวลาทั้งหมดจะถูกใช้ไปกับการแข่งขัน และการเดินทางเท่านั้น”

“เราพูดกันว่า หากสามารถผ่านเข้าสู่รอบ 2 ได้ จะมีช่วงเวลาว่างอยู่ถึง 6 วัน ซึ่งพวกเขาจะสามารถใช้เวลาอยู่กับครอบครัวได้ ที่เราต้องทำเช่นนั้น เพียงเพื่อให้แน่ใจว่า เวลส์จะภูมิใจกับสิ่งที่เราทำ และเตรียมความพร้อมให้อย่างดีที่สุดในทางที่ถูกต้อง”

สำหรับทีมชาติเวลส์ ถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับ อังกฤษ, รัสเซีย และ สโลวาเกีย โดยจะลงสนามนัดแรกพบกับ สโลวาเกีย ในวันที่ 11 มิถุนายน นี้ ที่เมืองบอร์กโดซ์

ที่มา>>>Thairath

รวบ 5 โจ๋งัดตู้บริจาควัดดังบุรีรัมย์ จับสาบานขณะทำแผน ชาวบ้านรุมแช่ง

รวบ5โจ๋

ตร.บุรีรัมย์ นำตัว 5 วัยรุ่นใจบาป บุกขโมยเงินตู้บริจาควัดหงษ์ ทำแผนรับสารภาพ ชาวบ้านตะโกนสาปแช่ง ก่อนให้ผู้ต้องหาทั้งหมดสาบานกลับตัวเป็นคนดีต่อหน้าพระเจ้าใหญ่ พระประธานประจำวัด

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มี.ค. 59 พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อม พ.ต.ท.มังกร พงษ์นิยะกูล รอง ผกก.สภ.พุทไธสง ระดมกำลังตรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กว่า 50 นาย ควบคุมตัวแก๊งขโมยเงินวัด 5 คน เป็นวัยรุ่นชายอายุระหว่าง 15-21 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุบุกงัดตู้บริจาค ขโมยเงินภายในวัดศีรษะแรด หรือ วัดหงษ์ ต.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงประจำ อ.พุทไธสง เมื่อคืนวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ติดตามจับกุมตัวได้ภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่วัดหงส์ โดยมีประชาชนที่ทราบข่าวหลายร้อยคนมารอดูการทำแผน พร้อมตะโกนด่าทอสาปแช่งผู้ต้องหาที่ได้กระทำโดยไม่เกรงกลัวบาปกรรม หลังเสร็จสิ้นการทำแผน ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ให้ผู้ต้องหาทั้งหมดจุดธูปเทียนกราบขอขมาพระเจ้าใหญ่ พระประธานประจำวัด ขออโหสิกรรมที่ได้พลาดพลั้งจากการกระทำผิดครั้งนี้ พร้อมให้ทำพิธีกล่าวคำสาบาน และดื่มน้ำสาบานต่อหน้าพระเจ้าใหญ่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเคารพศรัทธา ว่าจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี หลังพ้นโทษออกมาจะไม่กระทำผิดซ้ำอีก

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การรับสารภาพว่าตระเวนก่อเหตุงัดขโมยเงินในตู้บริจาควัดหงษ์ รวม 3 ครั้ง และวัดเขากระโดง อีก 1 ครั้ง แต่ละครั้งจะได้เงินในตู้บริจาคประมาณ 5,000-6,000 บาท ส่วนเงินที่ได้ก็จะแบ่งกันแล้วนำไปซื้อสุรา เที่ยวเตร่ และซื้อยาบ้ามาเสพ จากนั้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน.

ที่มา>>>Thairath