แค้นอะไรขนาดนี้!! ฆ่าโหดหนุ่มตายสยองคาบ้าน ลากศพทิ้งกลางถนน คนขับรถเจอช็อก-เบรกแทบไม่ทัน

เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 12 ต.ค. ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ อารีเอื้อ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่า พบศพชายถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมนอนเสียชีวิตอยู่กลางถนนภายในหมู่บ้าน บริเวณบ้านหนาด หมู่ 3 ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพหน่วยกู้ภัย201610121049236-20041022161358โดยในที่เกิดเหตุพบร่างชายไทยสวมเสื้อยืดสีเหลือง นุ่งกางเกงยีนส์ สภาพนอนหงายอยู่กลางถนน โดยมีเลือดอาบทั้งตัวและใบหน้า โดยจากการตรวจสอบที่บริเวณศีรษะ พบว่ามีแผลฉกรรจ์จากการถูกของมีคมฟันประมาณ 14 แผล จนทำให้เสียชีวิต คาดจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมงแล้ว ต่อมาทราบชื่อผู้ตาย คือ นายวิทยา ทรัพย์สำราญ อายุ 40 ปี อยู่หมู่ 5 ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยเจ้าหน้าที่ยังพบรอยลากและคราบเลือดออกมาจากแคร่ไม้ภายในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 3 ซึ่งเป็นบ้านของนางบัวพัน วิโยธา อายุ 60 ปี ก่อนจะนำศพมาทิ้งกลางถนน ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะจงใจทิ้งศพให้คนเห็น และน่าจะรู้จักและมีความโกรธแค้นผู้ตาย เพราะลงมือฟันที่ศีรษะหลายครั้ง201610121049234-20041022161358จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์คนแรก เบื้องต้นทราบว่า ก่อนที่จะพบศพ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. ตนได้ขับรถกลับมาจากตัวเมือง หลังจากออกเวรที่ทำงานและกลับเข้ามาที่บ้านพัก เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุก็พบคนนอนอยู่กลางถนน ทีแรกคิดว่าเป็นคนเมานอนหลับ ตนจึงเข้าไปดูอย่างละเอียด ก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าชายดังกล่าวถูกฟันที่ใบหน้าจนเสียชีวิต โดยขณะนั้นตนไม่พบใคร จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบดังกล่าว

ทั้งนี้จากการสอบถามนางบัวพัน เจ้าของบ้าน เบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. ได้มีการตั้งวงดื่มสุราที่บ้านของตนประมาณ 4-5 คน ซึ่งทุกคนเป็นเพื่อนบ้านกัน และมีชายที่เสียชีวิตอยู่ด้วย โดยดื่มไปได้สักพัก ตนก็ได้เข้าไปนอนภายในบ้าน ส่วนคนที่ดื่มด้วยกันก็พากันแยกย้ายกลับ จากนั้นเมื่อช่วงกลางดึกก็ได้ยินเสียงมีคนมาดื่มสุราอีกครั้ง แต่ตนก็ไม่ได้ออกมา และได้นอนหลับต่อ จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังคล้ายคนชกต่อยกัน แต่ตนก็ไม่ได้ออกมาดู เพราะคิดว่าไม่น่ามีอะไรรุนแรงขนาดนี้ หลังจากนั้นเมื่อช่วงเช้า จึงพบว่านายวิทยา ถูกฟันจนเสียชีวิตแล้ว โดยร่างมีคราบน้ำคราบเลือด ถูกลากออกมาจากตัวบ้านประมาณ 14 เมตร นอนเสียชีวิตกลางถนนดังกล่าว โดยตนไม่รู้ว่าใครเป็นคนก่อเหตุ201610121049232-20041022161358ด้าน พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว สาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าจะเกิดจากการตั้งวงดื่มสุราแล้วเกิดมีปากเสียงกัน ทำให้มีการทะเลาะและทำร้ายร่างกายกันจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งเบื้องต้นชนวนเหตุน่าจะมาจากเรื่องชู้สาว โดยเจ้าหน้าที่จะได้เก็บหลักฐานทุกชิ้นทำการพิสูจน์เพื่อติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบตัวแล้วว่าคนร้ายเป็นใคร แต่ต้องทำการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่าจะมีใครร่วมด้วยบ้าง โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!! ลูกชายถูกฟันคอตายสยองหน้าห้อง พ่อหายตัว-เปิดประตูเจอแม่นั่งพูดไม่รู้เรื่อง

เมื่อเวลา 00.50 น. วันที่ 16 ก.ย. ร.ต.อ.ทัศนะ อุทุมพร รองสว.(สอบสวน) สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านเช่าไม่มีชื่อ เลขที่ 19 หมู่ 2 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.ลำลูกกา แพทย์เวร รพ.ลำลูกกา และอาสาสมัครมูลนิธิร่มไทรจุดลำลูกกา201609160948305-20100715143214ที่เกิดเหตุเป็นหน้าห้องเช่า พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายวิชัย จันทคัด อายุ 37 ปี อยู่หมู่ 1 ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด ไม่สวมเสื้อ นุ่งเพียงกางเกงยีนส์ตัวเดียว มีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมที่คอจนเหวอะ ใกล้กันพบอาวุธมีดดาบยาวประมาณ 70 ซม. เปื้อนเลือด ตกอยู่ 1 เล่ม บริเวณจุดเกิดเหตุยังพบขวดเหล้าสุราที่เพิ่งจะกินกันใหม่ๆพร้อมกับแกล้มอยู่จำนวนหนึ่ง201609160948304-20100715143214ร.ต.อ.ทัศนะ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่ามีร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย โดยญาติของผู้ตาย บอกว่า ช่วงหัวค่ำเห็นนายสมร จันทคัด อายุประมาณ 50 กว่าปี กับ นายวิชัย สองพ่อลูกกำลังนั่งดื่มเหล้ากันอยู่เหมือนเช่นทุกวัน กระทั่งกลางดึกที่ผ่านมา มีเพื่อนบ้านมาเคาะห้องเรียก บอกมีคนฆ่ากันตาย จึงออกมาดู ก็พบว่าหลานชายถูกฟันเสียชีวิตไปแล้ว โดยที่นายสมรได้หายตัวไปด้วยจึงคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นนายสมรพ่อของผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุเอง201609160948303-20100715143214โดยปกติแล้วทั้งสองคนพ่อลูกจะประกอบอาชีพรับจ้างก่อสร้าง พอเลิกงานก็จะซื้อเหล้ามากินกัน และชอบพูดจาถกเถียงกันไปมา ไม่มีใครยอมใคร จนบางครั้งไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเป็นลูก และมักจะพูดจาไม่ค่อยเข้าหูกัน ทะเลาะกันประจำทุกวัน จนญาติๆ ก็ปล่อยเลยตามเลย กระทั่งพบว่าน่าจะฆ่ากันเอง201609160948301-20100715143214ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบภายในห้องเช่า ได้พบนางหยก ผู้เป็นแม่ของผู้ตาย อยู่ในสภาพเมาเหล้าก็ไม่สามารถให้การอะไรได้และพูดจาไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทางตำรวจจึงเชิญไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สภ.ลำลูกกา และจะติดตามตัวนายสมรพ่อของผู้ตายมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีส่วนรู้เห็นกับการตายของลูกชายหรือไม่

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มปวช. ขี่จยย.ย้อนศร ชนประสานงาอีกคันเต็มแรง ดับ 2 รถกระเด็นไปโดนคันที่สาม เจ็บอีก 2

เมื่อเวลา 01.20 น. วันที่  5 ก.ย. ร.ต.อ.ณรงค์ พงษ์สมบูรณ์ รอง สว.(สอบสวน)สน.บางเสาธง รับแจ้งเหตุรถ จยย.พุ่งชนกันหลายคันจนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบนถนนตัดใหม่ แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช ร.พ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุทางฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าสี่แยกไฟฉาย บนสะพานข้ามคลองลัดตาเหนียวในช่องทางเลนขวาพบรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีแดง หมายเลขทะเบียน ฬนบ 483 กรุงเทพมหานคร สภาพล้มพลิกตะแคงพังยับเยินและเศษชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนน

ใกล้กันพบศพนายณัฐวุฒิ  เมฆเรือง อายุ 18 ปีนักเรียน ปวช.3 วิทยาลัยพาณิชย์ราชดําเนิน สภาพสวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงยีนส์ขาสั้น ซึ่งเป็นผู้ขับขี่จยย.คันดังกล่าว ตามร่างกายพบมีบาดแผล ทั้งแขนและขาหักผิดรูป นอนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบศพนายสามารถ  ศรีสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ซึ่งขับขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2กฬ 1163 กรุงเทพมหานคร สวมเสื้อเชิ้ตสีเทา กางเกงยีนส์ขายาว สภาพศพมีบาดแผล แขนและขาหักผิดรูปเช่นกัน

นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่และซ้อนท้าย รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ สีน้ำเงินคาดดำ หมายเลขทะเบียน 4กส 7746 กรุงเทพมหานคร  เจ้าหน้าที่จึงนำผู้บาดเจ็บนำส่งร.พ.ศิริราช เพื่อรักษาต่อไป จากการสอบสวนพยานให้การว่า  นายณัฐวุฒิ ผู้ตายซึ่งขี่รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า ขับขี่ย้อนศรด้วยความเร็วสูงในเลนขวาสุด กระทั่งมาถึงช่วงขึ้นสะพานก็ชนเข้ากับรถจยย.ฮอนด้ารุ่นเวฟ สีขาว ที่มีนายสามารถ ผู้ตายอีกคนซึ่งขับมาในทิศทางปกติช่องเลนขวา จึงทำให้รถทั้ง 2 คันพุ่งชนกันเข้าอย่างเต็มแรงเสียงดังสนั่น ก่อนที่รถจยย.ของนายสามารถจะพุ่งไถลไปชนเข้ากับรถจยย.อีกคันสีน้ำเงิน จนมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ต้องรอดูอาการของผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คนก่อนที่จะเดินทางเข้าสอบปากคำอย่างละเอียดและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมส่งศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายไปผ่าพิสูจน์ที่นิติเวช ร,พ.ศิริราช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฆ่าโหดลูกสาวคนดัง!! พ่อรุดดูศพ ลูกเพิ่งกลับจากเมืองนอก สุดสะเทือนขวัญชาวบ้าน

 เวลา 08.30 น. วันที่ 22 ก.ค. พ.ต.ท.มิตรธิศาล นรชาญ ร้อยเวรฯ สภ.เมืองมหาสารคาม รับแจ้งเหตุ พบศพหญิงสาวเสียชีวิตที่บริเวณพงหญ้าข้างถนนบายพาสรอบเมืองมหาสารคาม หลังตลาดเกษตร ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จึงรีบรุดมายังที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ภัยจี่เสียงเกาะ กู้ภัยศรีโสภณ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาสารคาม เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบประชาชนกว่า 100 คน กำลังมุงดูเหตุการณ์ วิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องนำเชือกมากั้นบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าใกล้ที่เกิดเหตุ ในพงหญ้า พบศพหญิงสาว สภาพศพเริ่มขึ้นอืดนอนหงาย บริเวณใบหน้าถูกของแข็งทุบอย่างแรงจนเขียวคล้ำตาถลนออกมาจากเบ้าตาทั้ง 2 ข้าง สวมเสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงยีนส์ขาสั้น ที่แขนขวามีรอยสัก ทาเล็บมือและเท้าสีเหลือง ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ฟีโน่ สีดำชมพู หมายเลขทะเบียน ขคง 777 มหาสารคาม จอดอยู่ และพบรองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อดัง Onitsuka Tiger สีดำ ตกอยู่ข้างรถ 1 คู่ และพบร่องรอยการต่อสู้บริเวณพื้นหญ้ากระจุยกระจาย แพทย์ลงความเห็นว่า น่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตน่าจะถูกทุบด้วยของแข็งที่บริเวณใบหน้าจนกะโหลกใบหน้ายุบ ต่อมา นายสมชาติ อมรศรีรัตนชัย หรือ ชื่อในวงการพระเครื่อง “เล็ก สารคาม” รองประธานบริหารพระเครื่องภาคอีสานเขต 2 ได้เดินทางมาดูศพ และยืนยันว่าผู้ตาย คือ บุตรสาวของตน ชื่อ นางสาวรุจิษยา อมรศรีรัตนชัย อายุ 23 ปี โดยได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยลูกสาวบอกว่า จะไปเดินตลาดไนท์ ที่ห้างเสริมไทยคอมเพล็กซ์ จากนั้นก็ติดต่อลูกสาวไม่ได้อีกเลย จนมาพบเป็นศพ สำหรับบุตรสาวคนนี้ เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองนอก ได้ไม่กี่เดือนและไปช่วยงานร้านกาแฟแห่งหนึ่งกับเพื่อนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม สำหรับสาเหตุฆาตกรรมคงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ พ.ต.ท.มิตรธิศาล กล่าวว่า จากการสอบสวนญาติผู้ตาย พบเป็นหลานสาวเจ้าของร้านอาหารชื่อดังของเมืองมหาสารคาม และผู้ตายเพิ่งเรียนจบจากเมืองนอก และได้กลับมาเยี่ยมบ้าน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจเป็นเรื่องชู้สาว วันเกิดเหตุอาจจะเจอคนรู้จักกันแล้วชวนกันไปพูดคุย ซึ่งอาจตกลงอะไรกันบางอย่างไม่ได้ ทำให้ผู้ตายถูกทำร้ายจนเสียชีวิต หรืออาจเป็นการล่อลวงไปชิงทรัพย์ เนื่องจากญาติบอกว่าโทรศัพท์ไอโฟน 6 สีทองของผู้ตายหายไป ส่วนสาเหตุการถูกฆ่าตายที่แท้จริง เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของการฆาตกรรมต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มเป้าหมายที่ต้องสงสัยเป็นแก๊งวัยรุ่นร้านกาแฟ ที่ผู้ตายไปทำงานอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

เครียดรถจะโดนยึด หนุ่มใหญ่ตกงานหนี้ท่วม หนีผูกคอตายในกระต๊อบ

หนุ่มใหญ่วัย 56 ปี ที่บ้านโป่ง มีภาระทั้งหนี้สิน ค่าผ่อนงวดรถ ยังมาตกงานอีก เมียเห็นเดินไปเดินมาก่อนหายไปนาน ตามหาเจอเป็นศพผูกคอตายแล้ว บอกพักหลังสามีเครียดมาก บ่นตลอดว่ารถกำลังจะโดนไฟแนนซ์ยึด…

วันที่ 6 พ.ค. ร.ต.ท.ชัยวัฒน์ ซาท่าไม้ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตาย ที่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 8 ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี

ที่เกิดเหตุภายในกระต๊อบหลังบ้าน พบร่างนายสัญญา นุชคุ้ม อายุ 56 ปี สภาพสวมเสื้อเชิ้ตลาย นุ่งกางเกงยีนส์ ใช้เชือกสีเขียวผูกคอตัวเองกับโครงหลังคาไม้เสียชีวิต ตรวจไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือบาดแผลหนุ่มใหญ่ อ.บ้านโป่งเครียดจัด รถจะโดนยึดผูกคอตายในกระต๊อบ

สอบสวนภรรยาผู้ตายทราบว่า เมื่อเช้าเห็นสามีเดินไปเดินมาท่าทางเหมือนคนกลุ้มใจ ก่อนหายไปนอนที่กระต๊อบจนนานผิดสังเกต ตนจึงไปตาม และพบว่าสามีผูกคอตายแล้ว โดยผู้ตายมักบ่นเครียดเรื่องหนี้สิน และรถจะกำลังถูกไฟแนนซ์ยึด ประกอบกับพักหลังตกงาน แต่ไม่คิดว่าจะคิดสั้นถึงขนาดฆ่าตัวตายอย่างนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath