หวัดระบาด ค่ายอพยพแม่ฮ่องสอน วุ่น เร่งป้องกัน ทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื้อยกใหญ่

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เวลา 10.30 น. นพ.ประเสริฐ กิตติสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของ โรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ในศูนย์อพยพบ้านแม่ลามาหลวง อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ว่า จากการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พบว่า ในศูนย์อพยพบ้านแม่ลามาหลวง ซึ่งมีผู้อพยพอาศัยอยู่ประมาณ 8 พันกว่าคน ได้มีการตรวจพบผู้ป่วยลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 14-15 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา และพบอาการผู้ป่วยที่รักษาแล้วยังไม่ดีขึ้น จึงได้ส่งเชื้อตรวจพิสูจน์ และทราบผลเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา พบว่าผู้ป่วยดังกล่าว เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( คำว่าสายพันธุ์ใหม่เป็นชื่อเรียก เนื่องจาก ตรวจพบในประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ.2009 ปัจจุบันไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่แล้ว ) ในด้านการให้การรักษา ทางทีมแพทย์ที่เดินทางเข้าไปให้การรักษา ได้ให้ยาฆ่าเชื้อไวรัส แก่ผู้ป่วยและมีการควบคุมการระบาดของโรค ด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ศูนย์อพยพ และการให้คำแนะนำให้ผู้อพยพปฏิบัติตน ด้วยการล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง การไม่ไอหรือจามใส่กันและสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้าน

ล่าสุดมีการตรวจพบผู้ป่วยในศูนย์อพยพดังกล่าว ซึ่งมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ จำนวน 51 ราย จากผู้อพยพทั้งหมดในศูนย์อพยพ จำนวน 8,000 กว่าคน สำหรับมาตรการในการป้องกัน ตามแนวชายแดน ทางสาธารณสุขจังหวัด ได้ร่วมมือกับ หน่วยงานความมั่นคงตามแนวชายแดน ให้ตรวจสอบบุคคลผ่านเข้า-ออก บริเวณช่องทางตามแนวชายแดนทั้งหมด หากพบผู้ที่เดินทางจากสหภาพเมียนมา มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ จะมีการให้การรักษาทันที และควบคุมการระบาดของโรค ด้วยการให้คำแนะนำไม่ให้มีการแพร่เชื้อออกสู่ภายนอก หากมีอาการหนักจะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในทันที ส่วนอาการไม่หนักมากนัก ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล หรือ สถานีอนามัย สามารถรับมือได้อยู่ ไม่เป็นที่กังวลเท่าไหร่นัก

 สำหรับประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน หากมีอาการป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ปวดหัว ตัวร้อน ให้รีบเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลในทันที โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้า-ออก ตามแนวชายแดน สำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น จะไม่มีผลต่อผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง แต่สำหรับเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ ที่มีภูมิต้านทานต่ำ จะสามารถทำให้เสียชีวิตได้หากให้การรักษาไม่ทันการณ์ แต่ทั้งนี้โอกาสเสียชีวิตมีอัตราส่วน 1 ใน 10,000 ราย

 

อย่างไรก็ตาม จากข่าวการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ศูนย์อพยพ ที่บ้านแม่ลามาหลวง อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปพากันวิตกกังวล ต่อสถานการณ์การระบาดของโรคที่เกิดขึ้น และ ต้องการให้ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำชับไปยังผู้ดูแลศูนย์อพยพแต่ละศูนย์ซึ่งอยู่ติดแนวชายแดนไทย – พม่า ห้ามมีการเข้า – ออก ของผู้อพยพ อย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการระบาดของโรค รวมไปถึงการสกรีนหรือคัดกรองคนเข้า-ออก ตามช่องทางแนวชายแดนช่องทางต่าง ๆ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคจากสหภาพเมียนมา เข้ามาในไทย โดยในสหภาพเมียนมา ได้มีการระบาดของโรคดังกล่าว มาแล้วเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาและโรคเริ่มซาลงและสามารถควบคุมได้ แต่กลับมีการระบาดเข้ามาในไทย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

บุกจับ 2 พี่น้องเปิดโรงต้มเหล้าเถื่อนรายใหญ่ที่สระแก้ว ส่งขายชายแดนไทย-เขมร

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 11 พ.ย. ทหารกองกำลังบูรพา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำการการสอบสวน บก.ภ.2 และฝ่ายสืบสวน สภ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ร่วมกันสนธิกำลังเข้าปิดล้อมแหล่งต้มเหล้าเถื่อน ที่บ้านหนองหล่ม ม.4 ต.หนองแวง อ.วัฒนานานคร จ.สระแก้ว สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบต้มเหล้าเถื่อนได้ 2 ราย รายแรกที่บ้านเลขที่ 194 ม.4 ต.หนองแวง อ.วัฒนานคร สามารถจับกุมตัวนายประยงค์ ชมเทียม อายุ 51 ปี เจ้าของบ้านและเป็นผู้ต้มเหล้าขาย ให้กับแรงงานทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา ส่วนรายที่สอง จับกุมนายสุนทร ชมเทียม อายุ 66 ปี บ้านเลขที่ 103 ม.4 ต.หนองแวง อ.วัฒนานคร และเป็นเจ้าของแหล่งต้มเหล้าเถื่อน ซึ่งทั้งสองรายนี้เป็นพี่น้องกันด้วย201611110933451-20110512164110ด้าน ร.ต.ท.บุญสนอง พะหงส์รัมย์ รองสารวัตรสืบสวน สภ.สระแก้ว กล่าวว่า จากการสืบสวนร้านค้าได้ร้องเรียนมายังตนเองว่า ขณะนี้ยอดขายสุราลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะลดลงมามากอย่างนี้ เนื่องจากเหล้าขาว เป็นเหล้าที่ขายดีในหมู่ชาวไร่ ชาวนา และกรรมกรชาวกัมพูชา แต่กลุ่มลูกค้าดังกล่าวก็ไม่ยอมมาซื้อเหล้าขาวจากทางร้าน หลังรับแจ้งจึงได้ออกหาข่าวจนพบว่า ในพื้นที่มีการต้มเหล้าออกมาขายแข่ง และมีราคาถูกกว่ามาก แถมรสชาติความเข้มข้นยังสูงกว่าเหล้าขาวที่ขายตามร้าน จึงเป็นที่นิยมของคนใช้แรงงาน201611110933454-20110512164110นอกจากนี้ แหล่งต้มเหล้าเถื่อนทั้ง 2 รายยังแอบลักลอบส่งออกไปขายบริเวณชายแดนของเพื่อนบ้านอีกด้วย ซึ่งขณะเข้าจับกุมยังสามารถยึดเหล้าขาวเถื่อน ที่จะกำลังส่งออกไปยังชายแดนของเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นยังสามารถยึดอุปกรณ์การต้มเหล้าเถื่อนได้อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งการบุกทลายแหล่งต้มเหล้าทั้งสองแห่งครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นแหล่งต้มเหล้าที่ใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด201611110933452-20110512164110201611110933453-20110512164110

ที่มา>>>ข่าวสด

ตม.สระแก้ว คุม 81 แรงงานเขมรลอบเข้าเมือง เร่งชี้แจง ก่อนดันกลับประเทศ

กกล.บูรพา-ตม.สระแก้ว สนธิกำลัง จับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา 81 ราย ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พร้อม จัดระเบียบแรงงานตามนโยบาย มทภ.1 ก่อนผลักดันกลับประเทศโดยไม่ดำเนินคดี …

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 59 พล.ต.สันติพงษ์ ธรรมปิยะ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา สั่งการให้ พ.อ.ปรมาธร บุนนาค ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา (ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว นำกำลัง จนท.ชุด ฉก.กรมทหารพรานที่ 12 ร่วมกับ ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สระแก้ว ออกกวาดล้าง จับกุมแรงงานต่างด้าว ชาวกัมพูชา ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายแล้วลักลอบเข้ามาทำงานในพื้นที่แนวชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อป้องกันการลักลอบเดินทางเข้าไปหางานทำใน กทม. และตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้าแรงงานเถื่อนในประเทศไทย โดยมี พ.ท.สมเจตน์ ผลประเสริฐ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา เป็นหัวหน้าชุด นำชุดเคลื่อนที่เร็วของ ฉก.กรม.ทพ.12ฯ และ ตม.จว.สระแก้ว ออกทำการปิดล้อมพื้นที่ต้องสงสัยและพื้นที่เป้าหมาย ในพื้นที่แนวชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเขมร ที่ลักลอบเข้ามาทำงานอยู่ในพื้นที่ ต.คลองทับจันทร์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รวม 81 คน ตรวจสอบไม่มีเอกสารการเดินทางแต่อย่างใด มีเพียง 20 คน ที่มีบัตรสีชมพู ซึ่งเป็นบัตรอนุญาตทำงาน แต่หมดอายุแล้ว จึงควบคุมตัวทั้งหมดรวมไว้ภายในวัดคลองวัว

สอบสวนทราบว่า ชาวเขมรทั้ง 81 ราย เป็นแรงงานภาคการเกษตร ที่ลักลอบเดินทางเข้ามาทำงานรับจ้าง ซึ่งเป็นแรงงานภาคอนุโลม ให้สามารถเข้ามาทำงานในพื้นที่แนวชายแดนได้แบบไปเช้า-เย็นกลับ แต่บางคนไม่ยอมเดินทางกลับ แต่นอนค้างอยู่ในฝั่งไทย เพื่อรอรับจ้างทำงานวันต่อไป ซึ่งถือว่าผิดข้อตกลงที่ได้อนุโลมไว้ จึงควบคุมตัวแรงงานชาวเขมรทั้งหมด ส่งให้ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว คุมตัว รอส่งกลับสำนักงาน ตม.จว.สระแก้ว เพื่อนำไปผลักดันกลับประเทศชาวเขมรทั้ง 81 ราย เป็นแรงงานภาคการเกษตร ทำผิดเงื่อนไขการอนุโลมเข้าเมืองจึงได้จับกุมและผลักดันกลับประเทศ ไม่มีการดำเนินคดี

พ.อ.ปรมาธร เผยว่า การสนธิกำลังปิดล้อมกวาดล้างแรงงานกัมพูชาที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในครั้งนี้ เป็นการป้องกันภัยความมั่นคงของประเทศตามนโยบายของ พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 แต่ไม่ใช่การกวาดล้างจับกุม แต่เน้นเรื่องการสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรไทยที่ว่าจ้างชาวเขมร เพื่อต้องการให้แรงงานชาวเขมรที่ต้องการเข้ามาทำงานในประเทศไทย ไปทำเอกสารการเดินทางท้องถิ่น หรือบอเดอร์พาส มาให้ถูกต้อง จะได้ไม่ต้องถูกจับกุม หรือตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้าแรงงานเถื่อน เนื่องจากแรงงานชาวเขมรเหล่านี้ เป็นแรงงานภาคการเกษตร ที่ชาวไร่ ชาวนาไทย ยังต้องการอยู่ ซึ่งจะประสานความร่วมมือกับ ตม.จว.สระแก้ว และ ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา ในการให้คำแนะนำสร้างความเข้าใจต่อไป.

ที่มา>>>Thairath