หวัดระบาด ค่ายอพยพแม่ฮ่องสอน วุ่น เร่งป้องกัน ทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื้อยกใหญ่

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เวลา 10.30 น. นพ.ประเสริฐ กิตติสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของ โรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ในศูนย์อพยพบ้านแม่ลามาหลวง อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ว่า จากการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พบว่า ในศูนย์อพยพบ้านแม่ลามาหลวง ซึ่งมีผู้อพยพอาศัยอยู่ประมาณ 8 พันกว่าคน ได้มีการตรวจพบผู้ป่วยลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 14-15 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา และพบอาการผู้ป่วยที่รักษาแล้วยังไม่ดีขึ้น จึงได้ส่งเชื้อตรวจพิสูจน์ และทราบผลเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา พบว่าผู้ป่วยดังกล่าว เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( คำว่าสายพันธุ์ใหม่เป็นชื่อเรียก เนื่องจาก ตรวจพบในประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ.2009 ปัจจุบันไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่แล้ว ) ในด้านการให้การรักษา ทางทีมแพทย์ที่เดินทางเข้าไปให้การรักษา ได้ให้ยาฆ่าเชื้อไวรัส แก่ผู้ป่วยและมีการควบคุมการระบาดของโรค ด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ศูนย์อพยพ และการให้คำแนะนำให้ผู้อพยพปฏิบัติตน ด้วยการล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง การไม่ไอหรือจามใส่กันและสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้าน

ล่าสุดมีการตรวจพบผู้ป่วยในศูนย์อพยพดังกล่าว ซึ่งมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ จำนวน 51 ราย จากผู้อพยพทั้งหมดในศูนย์อพยพ จำนวน 8,000 กว่าคน สำหรับมาตรการในการป้องกัน ตามแนวชายแดน ทางสาธารณสุขจังหวัด ได้ร่วมมือกับ หน่วยงานความมั่นคงตามแนวชายแดน ให้ตรวจสอบบุคคลผ่านเข้า-ออก บริเวณช่องทางตามแนวชายแดนทั้งหมด หากพบผู้ที่เดินทางจากสหภาพเมียนมา มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ จะมีการให้การรักษาทันที และควบคุมการระบาดของโรค ด้วยการให้คำแนะนำไม่ให้มีการแพร่เชื้อออกสู่ภายนอก หากมีอาการหนักจะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในทันที ส่วนอาการไม่หนักมากนัก ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล หรือ สถานีอนามัย สามารถรับมือได้อยู่ ไม่เป็นที่กังวลเท่าไหร่นัก

 สำหรับประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน หากมีอาการป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ปวดหัว ตัวร้อน ให้รีบเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลในทันที โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้า-ออก ตามแนวชายแดน สำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น จะไม่มีผลต่อผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง แต่สำหรับเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ ที่มีภูมิต้านทานต่ำ จะสามารถทำให้เสียชีวิตได้หากให้การรักษาไม่ทันการณ์ แต่ทั้งนี้โอกาสเสียชีวิตมีอัตราส่วน 1 ใน 10,000 ราย

 

อย่างไรก็ตาม จากข่าวการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ศูนย์อพยพ ที่บ้านแม่ลามาหลวง อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปพากันวิตกกังวล ต่อสถานการณ์การระบาดของโรคที่เกิดขึ้น และ ต้องการให้ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำชับไปยังผู้ดูแลศูนย์อพยพแต่ละศูนย์ซึ่งอยู่ติดแนวชายแดนไทย – พม่า ห้ามมีการเข้า – ออก ของผู้อพยพ อย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการระบาดของโรค รวมไปถึงการสกรีนหรือคัดกรองคนเข้า-ออก ตามช่องทางแนวชายแดนช่องทางต่าง ๆ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคจากสหภาพเมียนมา เข้ามาในไทย โดยในสหภาพเมียนมา ได้มีการระบาดของโรคดังกล่าว มาแล้วเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาและโรคเริ่มซาลงและสามารถควบคุมได้ แต่กลับมีการระบาดเข้ามาในไทย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

แนะนำ 5 มือถือสำหรับ ผู้ใหญ่ คนแก่ หรือผู้สูงอายุ ในราคาไม่เกิน 2,000 บาท

แนะนำ 5 มือถือสำหรับ ผู้ใหญ่ คนแก่ หรือผู้สูงอายุ ในราคาไม่เกิน 2,000 บาทแนะนำ 5 มือถือสำหรับ ผู้ใหญ่ คนแก่ หรือผู้สูงอายุ ในราคาไม่เกิน 2,000 บาทที่มีปุ่มกดใหญ่ ขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่าย แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนเด่น เราสรุปมาให้ท่านแล้ว! 

เรียกได้ว่าโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมองย้อนกลับไปในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าโทรศัพท์มือถือปุ่มกด หรือฟีเจอร์โฟน (Feature Phone) ได้รับความนิยมมากที่สุด ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้น สมาร์ทโฟน (Smartphone) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยมีจุดเด่นเป็นหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ พร้อมใช้งานผ่านระบบสัมผัส (Touch Screen) บนหน้าจอแสดงผลโดยตรง และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ในทุกที่ และทุกเวลา รวมถึงมีราคาไม่แพงมากจนเกินไป จึงทำให้ใครๆ ก็สามารถหาซื้อมาใช้งานได้ง่าย แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือในรูปแบบใหม่นี้กันได้อย่างคล่องแคล่ว สำหรับผู้ใช้งานในระดับเริ่มต้นโดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาจใช้งานสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทางด้านบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือหลายๆ ค่าย ได้เล็งเห็นในจุดนี้ จึงเริ่มหันมาพัฒนาฟีเจอร์โฟนให้ดียิ่งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่

วันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้ทำการค้นหา และรวบรวม 5 มือถือราคาประหยัดสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือสักเครื่องให้กับผู้อาวุโสในครอบครัว หรือคนรู้จัก ซึ่งจะเป็นมือถือมาจากแบรนด์ใดบ้างนั้น เชิญติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ

R’ma 3G ราคา 1,690 บาท

2

R’ma 3G โดดเด่นด้วยการดีไซน์ขนาดกะทัดรัดพอดีมือ พร้อมมีปุ่มกดตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงไฟฉายที่อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง ที่สำคัญยังรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 3G และฟีเจอร์ SOS สำหรับแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอีกด้วย สำหรับ RMA 3G มีคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

– ตัวเครื่องมีขนาด 51.5×111.6×16 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 118 กรัม
– หน้าจอแสดงผลขนาด 1.8 นิ้ว ความละเอียด 120×160 พิกเซล
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 2GB
กล้องดิจิทัลที่ด้านหลังตัวเครื่อง
– แบตเตอรี่ความจุ 1000 mAh
– รองรับการใช้งาน Social Network เช่น Facebook และ Twitter
ไฟฉายที่ด้านบน
ปุ่มฉุกเฉิน SOS 
วิทยุ FM ในตัว
– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 
– รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 3G

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ R’ma 3G
สั่งซื้อ R’ma 3G ได้ที่นี่

i-mobile Hitz 21 3G ราคา 1,090 บาท

3

i-mobile Hitz 21 3G เด่นด้วยหน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว พร้อมปุ่มกดขนาดใหญ่ บนตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด และสามารถเชื่อมต่อเครือข่าย 3G ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีคุณสมบัติตัวเครื่องที่น่าสนใจ ดังนี้

– ตัวเครื่องมีขนาด 132×56.7×12.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 90 กรัม
– หน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ขนาด 2.8 นิ้ว ความละเอียด 240×320 พิกเซล
– รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 32GB
– กล้องดิจิทัลความละเอียดระดับ VGA (0.3 ล้านพิกเซล)
– แบตเตอรี่ความจุ 800 mAh
– รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
ไฟฉาย และวิทยุ FM ในตัว
– รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 3G

Samsung Hero 3G (E3300V) ราคา 1,390 บาท

4

Samsung Hero 3G อีกหนึ่งรุ่นที่ครองใจผู้ใช้ได้ไม่น้อย ด้วยความทนทาน พร้อมรองรับฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐานอย่างครบครัน และรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 3G ได้อย่างครอบคลุมทุกคลื่นความถี่ ซึ่งมีคุณสมบัติตัวเครื่องที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

– ตัวเครื่องมีขนาด 113.9×46.4×13.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 75.4 กรัม
– หน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 2 นิ้ว ความละเอียด 128×160 พิกเซล
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 30MB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 32GB
– กล้องดิจิทัลความละเอียดระดับ VGA (0.3 ล้านพิกเซล)
– แบตเตอรี่ความจุ 800 mAh
– รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
ไฟฉาย และวิทยุ FM ในตัว
– รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 850/900/1900/2100
– รองรับการใช้งาน Social Network เช่น Facebook และ Twitter

Nokia 208 ราคา 1,190 บาท

5
Nokia  208 เด่นด้วยการดีไซน์ตัวเครื่องสีสันสดใส พร้อมหน้าจอ และปุ่มกดขนาดใหญ่ที่สะดวกต่อการใช้งาน โดยมาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องครบครันทุกการใช้งาน ดังนี้

– ตัวเครื่องมีขนาด 114.2×50.9×12.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 89.6 กรัม
– หน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ขนาด 2.4 นิ้ว ความละเอียด 240×320 พิกเซล
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256MB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 32GB
– กล้องดิจิทัลความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล
– แบตเตอรี่ความจุ 1020 mAh
– รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
วิทยุ FM ในตัว
– มี 5 สีมาตรฐานให้เลือก (ฟ้า, แดง, เหลือง, ดำ และ ขาว)

Alcatel onetouch 20.04C ราคา 1,390 บาท

6

Alcatel onetouch 20.04C โดดเด่นด้วยการดีไซน์ตัวเครื่องไม่ซ้ำใคร พร้อมหน้าจอ และปุ่มกดขนาดใหญ่ เพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน ซึ่งมีคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้น ดังนี้

– หน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ขนาด 2.4 นิ้ว ความละเอียด 240×320 พิกเซล
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 16MB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 16GB
– กล้องดิจิทัลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
– แบตเตอรี่ความจุ 1000 mAh
– รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
ไฟฉาย และวิทยุ FM ในตัว
ปุ่มฉุกเฉิน SOS 
– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 3.0 


“สำหรับชาวจันทบุรี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ จันทบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO จันทบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

อดีตเชฟสาวขนมหวานโรงแรมดังหันเปิดร้านขายโรตีแฟนซี รสชาติหลากหลายลูกค้าติดใจ

 เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีอดีตเชฟขนมหวานโรงแรมชื่อดังในกรุงเทพฯ หันมาเปิดร้านขายโรตีแฟนซีด้วยการดัดแปลงนำหน้าต่างๆ ทั้งคาวหวานมาทำขาย ลูกค้าต่างติดใจในรสชาติที่แปลกใหม่และอร่อย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ร้านดังกล่าว พบกับนางรัชภรณ์ สินทวีสุข เจ้าของร้านขายโรตีดังกล่าว นางรัชภรณ์ กล่าวว่า ตนเบื่อความวุ่นวายและการจราจรที่ติดขัด จึงชวนสามีกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดราชบุรี ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย อย่างชาวชนบทวิถีพอเพียง พร้อมกับเปิดร้านค้าเล็กๆ ในพื้นที่หมู่ที่ 11 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง แต่ยังไม่ทิ้งฝีมือการทำขนม ด้วยการดัดแปลงหน้าร้านมาขายโรตีที่ไม่เหมือนใคร ทิ้งรูปลักษณ์โรตีแบบเดิมๆ ที่เราเคยรับประทาน ให้มีทั้งคาวและหวาน อาทิ โรตีหน้าพิซซ่า หน้าหมูแดง หน้าเบคอนมายองเนส หน้าช็อคโกแลตและครีม จนเป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า โดยโรตี เป็นอาหารที่ทำจากแป้ง มักนำไปทอด หรือปิ้งเป็นแผ่นบางๆ นิยมกินทั้งในแบบของหวาน และอาหารคาว อย่างแกงเขียวหวานหรือแกงมัสมั่น ซึ่งคนไทยเรามักคุ้นเคยกับโรตีทอด แล้วราดด้วยนมข้นและน้ำตาลทราย ขั้นตอนการทำแป้งโรตี จะมีส่วนผสมของแป้งอเนกประสงค์ ไข่แดง นมข้นหวาน เกลือ และน้ำเปล่า นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วแบ่งปั้นเป็นลูกกลมๆ เคลือบหน้ากันแห้งด้วยเนยและน้ำมัน จากนั้นเมื่อลูกค้าสั่ง ก็จะนำมาตีให้เป็นแผ่นบางๆ ลงทอดกับน้ำมันและเนยด้วยไฟอ่อน รอจนกระทั่งเหลืองกรอบ ก็นำขึ้นมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ และปิดท้ายตกแต่งหน้าโรตีตามใจลูกค้า ซึ่งโรตีแฟนซีของพี่ต้อยจะขายด้วยราคาที่ย่อมเยา เด็กๆ ซื้อทานได้ในราคาแผ่นละ 10 บาท แต่หากใส่ไข่เพิ่มราคาเป็น 15 บาท ปัจจุบัน ลูกค้าของที่นี่จะเป็นเด็กและผู้สูงอายุในหมู่บ้าน โดยเฉพาะช่วงวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ จะมีเด็กๆ นั่งออกกันอยู่หน้าร้าน เพื่อชมการโชว์ลีลาตีแป้ง และรอรับประทานโรตีหน้าต่างๆ กันอย่างเอร็ดอร่อย หรือจะขอซื้อแป้งโรตีสดไปทำเองที่บ้าน เป็นกิจกรรมครอบครัวในวันว่างก็สนุกไปอีกแบบ

ที่มา>>>ข่าวสด

คุณยายเมืองชัยนาทมี”ไก่โต้ง” เป็นเพื่อนคลายเหงา แม้เจ็บป่วยเจ้าไก่ยังคอยเฝ้าไข้!

วันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว มีไก่โต้งอยู่เป็นเพื่อน จึงเข้าไปตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่ ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เจ้าของบ้านชื่อ นางไทย เมฆมะตูม อายุ 78 ปี อาศัยอยู่บ้านคนเดียว มีไก่โต้งชื่อ “ต้อย”อยู่เป็นเพื่อนคลายเหงา เป็นยามเฝ้าบ้าน แม้ในเวลาเจ็บป่วยก็คอยเฝ้าไข้   นางไทย  เล่าว่า ได้ไก่โต้งตัวนี้มาจากเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน พ่อไก่ แม่ไก่ เป็นพันธุ์พม่า พ่อไก่ถูกนำตัวไปชนที่ กทม.ราคาเดิมพันเป็นแสนบาท แล้วไม่ได้กลับมาอีกเลย ส่วนแม่ไก่เมื่อฟักไข่ออกมา 4 ตัว ได้ตีลูกจนตายไป 3 ตัว เหลือเจ้าต้อยได้รับบาดเจ็บตนจึงรับมาเลี้ยงไว้ จนถึงปัจจุบันอายุได้ 1 ปี  ที่เรียกชื่อ “ต้อย” เพราะไก่ที่คนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กมักเรียกว่าเลี้ยงต้อย  จึงเรียก “ต้อย” จนชิน   ตอนได้ตัวมาเลี้ยงใหม่ๆได้พาไปวัดด้วยชาวบ้านหาของกินให้โดยเฉพาะขนมและผลไม้ จนโตขึ้นตัวหนักขึ้นและเริ่มดุจึงไม่นำไปวัดด้วยเพราะชอบตีคนที่เดินในวัด  จึงต้องให้อยู่บ้าน เวลาอยู่บ้านก็ไม่ให้ใครเข้าบ้านได้เลย ทั้งคน และ สุนัข  ไล่ตีออกจากบ้านแทบไม่ทัน   นอกจากนี้เวลาไม่สบาย ตนนอนป่วยอยู่ใต้ถุนบ้าน เจ้าต้อย จะมานอนเฝ้า เวลาใครมาเรียกหน้าบ้าน จะส่งเสียงร้องบอก  ความรู้สึกที่ได้อยู่กับเจ้าต้อย มีความรู้สึกรักเหมือนลูก เคยมีคนมาขอซื้อแต่ไม่ขาย เพราะรักมาก  ส่วนของลูกชาย ลูกสาว และหลานๆอยู่ต่างจังหวัด สามีเสียชีวิตแล้ว ต้องอยู่บ้านคนเดียว ก็มีเจ้าต้อยอยู่เป็นเพื่อนคลายเหงา

ที่มา>>>ข่าวสด

พบแล้วคุณยาย-ชาวบ้านเข้าดงเก็บเห็ดถอบ เดินโซเซหลงป่าอุทยานฯแม่วะ

 เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง นำรถกระบะเข้าไปรับกลุ่มชาวบ้านบริเวณชายป่าบ้านวังหิน ต.เถินบุรี อ.เถิน หลังกลุ่มชาวบ้าน บ้านเชตะวัน  ต.หัวทุ่ง อ.ลอง จ.แพร่ และชาวบ้าน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ทั้งหมด 7 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 4 คน เข้าไปหาเห็ดถอบแล้วหลงป่า ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดมีอายุระหว่าง 60-70 ปี รวมถึงคุณยายวัย 63 ปี ที่ป่วยเป็นลม จนต้องช่วยกันพยุงลงจากภูเขา และด้วยเส้นทางตรงเป็นเนินเขาสูงชัน ไม่สามารถลงมาได้จึงต้องเดินอ้อมภูเขาเป็นระยะทางที่ไกลกว่าเดิม ทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านล่างต้องจุดประทัด ยิงปืน เปิดไซเลนท์เพื่อบอกตำแหน่งในการเดินทางลงมาด้านล่าง เนื่องจากสภาพอากาศที่มืดจึงทำให้ต้องเดินเท้าลงมาใช้เวลากว่า 14 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายเดชอนันต์ คำสวน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วะ ได้รับแจ้งจากพระสุวิทย์ ปัญญาธโร เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมทุ่งดอยธรรม บ้านหนองซาง ม.7 ต.เถินบุรี   อ.เถิน จ.ลำปาง และชาวบ้านว่า มีคนเข้าไปหาเห็ดถอบในอุทยานฯแล้วเดินทางหลงป่า ไม่สามารถเดินทางออกมาจากป่าได้ นายเดชอนันต์จึงประชุมวางแผนจัดกำลังเจ้าหน้าที่ของอุทยาน 15 นาย ก่อนจะให้กำลังเดินเข้าป่าเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ


พระสุวิทย์ กล่าวว่า ชาวบ้านดังกล่าว นำรถยนต์มาจอดไว้ที่สำนักปฏิบัติธรรม ก่อนที่พากันเดินทางเข้าป่า เพื่อหาเห็ดถอบหรือเห็ดเผาะจนกระทั่งช่วงเย็นชาวบ้านก็ยังไม่กลับลงมา จึงได้โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วะทราบ

ต่อมานายเดชอนันต์ โทรศัพท์ติดต่อกับกลุ่มชาวบ้านที่เข้าไปในป่าท่ามกลางความมืด ซึ่งยังสามารถติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ได้ จึงทราบว่าชาวบ้านหลงป่าแต่ยังมีเสบียงอาหารอยู่ แต่ไม่ทราบว่าอยู่จุดไหนของป่า เนื่องจากไม่ใช่คนพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงให้สุมไฟเพื่อให้เกิดควันจะได้สามารถมองเห็นได้ และติดต่อกันทางโทรศัพท์ตลอดทาง โดยเจ้าหน้าที่ 15 นาย นำน้ำพร้อมอาหารเดินเท้าเข้าป่าท่ามกลางความมืด เพื่อเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวออกมาจากป่าโดยปลอดภัย ซึ่งแต่ละคนเป็นผู้สูงอายุมีอาการอ่อนเพลีย และบางคนหน้ามืด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะส่งทุกคนกลับบ้านที่ จ.แพร่ อย่างปลอดภัย

กลุ่มชาวบ้านที่หลงป่า เปิดเผยว่า ป่าอุทยานฯแห่งนี้เคยพากันมาหาเห็ดถอบแล้วครั้งหนึ่ง และเพิ่งมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 พากันเข้าป่าหาเห็ดถอบ จนกระทั่งตอนบ่ายเก็บเห็ดเสร็จก็พากันเดินออกจากป่า แต่คุณยายอีกคนป่วยนอนอยู่ริมทาง จึงต้องช่วยกันดูแลและพยายามช่วยประคองกันลงมา จนกระทั่งหลงทาง จึงลงมาไม่ได้จึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากพระที่สถานปฏิบัติธรรม และแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด